Skip to main content

Post#5-335: เมื่อ “หน้างาน”...ไม่เป็นงาน

Post#5-335:
หลายวันก่อน...ผมมีอันต้องอารมณ์เสียถึงขั้นสุด ด้วยเพราะทีมงานที่ผมรัก ทำให้องค์กรสุ่มเสียงต่อการเสียชื่อเสียง

เรื่องของเรื่อง ก็คือ...มี VIP กลุ่มหนึ่ง มาทำเรื่องไม่เหมาะสมในพื้นที่ที่ผมดูแลอยู่...และทีมน้องๆ หน้างาน “ไม่กล้าที่จะขัดใจ”

ที่ไม่กล้าขัดใจ...ก็เพราะน้องๆ เกรงว่า ถ้าไปขัดใจ VIP แล้ว จะทำให้ตัวเองเดือดร้อน นั่นเอง

...

ว่ากันตามจริง...เรื่องความกลัวในเรื่องที่ไม่สมควรกลัวนี้ ก็ถือเป็นปัญหาคลาสสิกที่น้องๆ หน้างาน มักจะเป็นกัน

กลัว...จนกระทั่ง ขาดสติในการตัดสินว่า เรื่องใดควรหรือไม่ควร

ซ้ำร้าย เมื่อน้องๆ รายงานขึ้นมาตามลำดับขั้นแล้ว...ผู้บริหารที่กำกับดูแล ก็ดันกลัวบารมีแขกผู้ใหญ่ กันไปจนหมด

ที่แย่ที่สุดก็คือ ไม่มีใครรู้สึกตัวเลย ว่าเรื่องที่น้องๆ ปล่อยให้เกิดขึ้น...เป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องจัดการทันที

เดชะบุญที่มีคนมาแจ้งให้ผมทราบเรื่องโดยไม่ช้าเกินไปนัก...ผมจึง “โชคดี” ที่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน

...

ผมโกรธ...ที่ VIP มาทำเรื่องไม่เหมาะสม...

และผมก็ได้ต่อว่า VIP กลุ่มนั้นไปแล้ว แบบ “จัดเต็ม”...โดยไม่เกรงด้วยซ้ำว่า ท่าน VIP ทั้งหลาย จะนำเรื่องที่ผมต่อว่าไปฟ้องผู้บังคับบัญชาที่เหนือกว่าผมขึ้นไป

ไม่ใช่เพราะผมยิ่งใหญ่มาจากไหน...

แต่เป็นเพราะผมมั่นใจว่า ตรรกะและเหตุผลของผม...เป็นไปโดยชอบ และวางอยู่บนฐานของการรักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขององค์กร เป็นสำคัญ

...

ส่วนที่ผมโกรธมากกว่าเหล่า VIP...ก็คือผู้บริหารที่กำกับดูแล รวมไปถึงทีมน้องๆ หน้างาน

โกรธ...ที่น้องๆ กลัว VIP โดยไม่สมควรจะกลัว

โกรธ...ที่น้องๆ ห่วงตัวเอง โดยไม่คิดให้ดีว่า กำลังทำร้ายองค์กร

โกรธ...ที่น้องๆ คนอื่นที่อยู่หน้างาน เห็นเพื่อนๆ ทำผิด ก็ไม่คิดท้วงติง

และโกรธ...ที่ผู้บริหารที่กำกับดูแล ไร้ซึ่ง Sense of Urgency และ Sense of Judgement อันเป็นคุณสมบัติที่ “ผู้บริหาร” ต้องมี!

...

ใครที่ต้องรับผิดชอบหน้างาน จึงต้องระลึกไว้ให้จงดีครับ...

ว่าเมื่อใดที่เราปล่อยให้ “ความกลัว” มาครอบงำสติ...การตัดสินใจของเราก็จะไม่เป็นไปตาม “ตรรกะ” และ “เหตุผล” ที่ถูกที่ควร

แปลว่า...องค์กรของผม ก็อาจไม่ “โชคดี” แบบนี้อีก

...หากว่าผู้บริหารที่ดูแล รวมไปถึงทีมน้องๆ หน้างาน ยังไม่รู้สำนึกและตระหนักถึงบทบาท, หน้าที่ และความรับผิดชอบ ของตัวเอง...

#NoteToSelf:

  • จริงอยู่ ที่บ่อยครั้ง VIP อาจจะสร้างปัญหา...แต่ “ตบมือข้างเดียว” ก็ไม่มีวันดังนะ
  • หากทีมหน้างาน...กลัวในเรื่องที่ไม่ควรกลัว...ก็อาจหมายความว่า สายงานนั้น อาจมีปัญหาในการปกครองและบังคับบัญชา
  • เมื่อทีมหน้างานและผู้บริหารที่กำกับดูแล “ย่อหย่อน” หรือ “ไร้ซึ่ง” Sense of Judgement และ Sense of Urgency...องค์กร ก็จะตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงตลอดเวลา

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....