Skip to main content

Post#5-338: “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว”

Post#5-338:
บ่ายที่ผ่านมา ผมได้รับมอบหมายให้ไปร่วมงานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา...คงไม่มีใครไม่รู้จักโครงการก้าวคนละก้าวของคุณตูน ที่วิ่งจากเบตงไปถึงแม่สาย

ระยะเวลา 55 วัน...คุณตูนได้เงินบริจาคเพื่อไปช่วย 11 โรงพยาบาล มากถึง 1,400 ล้านบาท

เป็นปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชม...น่าชื่นชมทั้งคุณตูนและคนไทยที่ร่วมกันสร้างความยิ่งใหญ่แบบนี้ขึ้น

...

ตัวเลข 2,215 ในชื่อภาพยนตร์ ก็เอามาจากระยะทางจริงที่วิ่งนั่นเอง...จากเดิมที่วางแผนไว้ที่ 2,191 กิโลเมตร

ก็เพราะคุณตูนซนวิ่งออกนอกเส้นทางบ่อยไม่น้อย...วิ่งเข้าค่ายทหารบ้าง, วิ่งไปเล่นดนตรีกับน้องๆ บ้าง, ฯลฯ

แต่ถ้าคุณตูนไม่ซน...เอาแต่ก้มหน้าก้มตาวิ่งให้ถึงแม่สาย...ผมว่า คนไทยเราคงไม่อินกับโครงการก้าวคนละก้าวกันมากขนาดนั้นแน่ๆ

คุณตูนทำให้ผมเห็นภาพชัดเจนมากๆ ว่า แม้เป้าหมายจะสำคัญ...แต่ระหว่างทางก็สำคัญไม่แพ้กัน

...

ผมมีโอกาสได้ชมรอบทีมงานแล้ว...อยากตะโกนบอกคนไทยทุกคน ว่าอย่าพลาดที่จะไปชมให้ได้

เพราะภาพยนตร์นี้ จะสร้างโอกาสให้คนไทยถึง 3 โอกาสด้วยกัน

หนึ่ง...คือโอกาสได้ร่วมกันแสดงพลังระดับปรากฏการณ์ของคนไทย ให้โลกได้เห็นอีกครั้ง

สอง...คือโอกาสได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับอาคารนวมินทรบพิตรอันเป็นอาคารสุดท้ายที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานนามให้

สาม...คือโอกาสที่พวกเราคนไทยจะได้รับแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ได้ประทับใจกับก้าวคนละก้าวกันอีกครั้ง

...

ผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนคิดชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ ว่า “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว”...แต่ต้องบอกว่า มันนิยามถึงโครงการก้าวคนละก้าวได้เหมาะสมเหลือเกิน

ทั้งหมดเริ่มขึ้นจากความเชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง

เชื่อจนกระทั่งกลายเป็นความบ้า”...แต่มันเป็นความบ้าในเรื่องที่ดี

ผมจึงอยากเรียกความบ้านี้ ว่าศรัทธามากกว่า!

เมื่อศรัทธาเต็มเปี่ยม...ผู้ชายคนนี้จึงเกิดความกล้า

และเมื่อกล้าแล้ว...ผู้ชายคนนี้จึงลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบสนองความเชื่อนั้น

ซึ่งการลงมือนั้น...ออกมาในรูปของการก้าว

เป็นบทสรุปและรูปธรรมของการแปลงความเชื่อให้เป็นการกระทำ”...โดยแท้จริง

...

หลายคนเชื่อแต่ไม่เคยลงมือทำ

หลายคนทำโดยที่ไม่เคยเชื่อ

แต่คุณตูนเชื่อ”...แล้วก็ก้าว

ก้าวแรกที่เล็กๆ ของคุณตูน...จึงกลายเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับพวกเราคนไทย

...

ถ้าใครไม่เคยเห็นว่าพลังศรัทธา”...มีหน้าตาเป็นยังไง?

ถ้าใครไม่เคยรับรู้ว่าพลังคนไทย...ยิ่งใหญ่ได้เพียงไหน?

...ภาพยนตร์เรื่องนี้...มีคำตอบครับ!...

NoteToSelf:
  • เส้นทาง 2,215 กิโลเมตร ที่ยาวไกลจนดูเหมือนเป็นไปไม่ได้...กลับเป็นจริงได้ด้วยศรัทธาที่จะเริ่มต้นก้าวของผู้ชายคนหนึ่ง
  • เงินสิบบาทที่ผู้ชายคนหนึ่งขอให้คนไทยทุกคนร่วมกันบริจาคในวันนั้น...สะท้อนให้เห็นว่าก้าวคนละก้าวคือภาพสะท้อนความสามัคคีของคนไทยได้แจ่มชัด
  • เมื่อนำศรัทธามารวมพลังกับสามัคคี”...เมื่อนั้นพลังคนไทยจึงแสดงศักยภาพให้โลกได้เห็น
  • มาร่วมกันแสดงพลังคนไทยอีกครั้ง ตามรายละเอียดใน link นี้ครับ


Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...