Skip to main content

Post#2-330: กระหยิ่มนักมักพ่าย

Post#2-330:
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปออกรอบกับเพื่อนรุ่นพี่และเพื่อนต่างชาติที่สนิทกัน

บรรยากาศของการออกรอบก็เป็นไปอย่างสดใส เล่นกอล์ฟกันไป หัวเราะกันไป ไม่ได้เน้นเรื่องผลการเล่นอะไรเลย...ว่างั้น

จนกระทั่งมาถึงหลุมสุดท้าย ที่ผมและเพื่อนอีกคน (สมมติว่า ชื่อพี่ K ละกันนะครับ) ชวนกันพนันขำๆ เพื่อความเฮฮาและความตื่นเต้น

ออกตัวก่อนนะครับ ว่าที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ มิได้เกิดจากเจตนาที่จะซ้ำเติมหรือถากถางแต่อย่างใดนะครับ ผมเพียงแค่ต้องการจะแชร์สิ่งที่ผมและพี่ K ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันเท่านั้น

...

หลังออกรอบ เราก็มีการพูดคุยถึงผลการแข่งในหลุมสุดท้าย เพื่อวิพากษ์และวิจารณ์วิธีการเล่นและวิธีคิดในตอนนั้น

ระหว่างที่เล่นหลุมที่ว่า มีอยู่ช้อตหนึ่งที่ผมตีตกน้ำ ผมได้แต่ส่ายหัวที่เล่นได้แย่ และคิดว่าโอกาสพ่ายแพ้นั้น มีสูงมาก ส่วนพี่ K เล่าว่า ตอนนั้น พี่ K เองก็กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ค่าที่โอกาสชนะมารออยู่ตรงหน้าแล้ว

แต่ปรากฏว่า ความกระหยิ่มที่พี่ K มี กลับทำให้พี่ K รีบร้อนที่จะเอาชนะมากจนเกินไป ส่งผลให้เล่นผิดพลาดตามผมไปอีกคน

สุดท้ายแล้ว ผลการแข่งขันจบลงด้วยการที่ผมเป็นผู้ชนะ...ทั้งๆ ที่คิดว่าผมแพ้แน่ๆ

ส่วนพี่ K ที่คิดว่าตัวเองจะชนะแน่ๆ กลับจบลงด้วยความพ่ายแพ้ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน

...

แล้วที่ผมเล่ามานี่ ตกลงทั้งผมและพี่ K เรียนรู้อะไรกันแน่?

ยิ่งทบทวนผมยิ่งมั่นใจ ว่าในชีวิตของเราที่ผ่านมาหรือกำลังจะพานพบ เราอาจมีโอกาสเป็นได้ทั้งผู้แพ้เพราะอหังการ์ หรือเป็นผู้ชนะเพราะไม่ยอมแพ้

ยามที่เราได้เปรียบ...หากรีบจนเกินงาม หรือบุ่มบ่ามจนเกินควร ก็อาจได้ผลลัพธ์ที่เป็นผลลบเช่นเดียวกับที่พี่ K ได้รับ

ยามที่เราเสียเปรียบ...หากไม่ถอดใจยอมแพ้ง่ายๆ ไม่แน่ผลลัพธ์ที่คิดว่าแพ้พ่าย อาจพลิกกลับขั้วได้โดยที่เราไม่ได้คาดคิด

หรือสรุปสั้นๆ ได้ว่า "ยามได้เปรียบต้องพึงระวัง...ยามเสียเปรียบต้องพึงอดทน"

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....