Skip to main content

Post#2-351: ถ้ารู้สึกตัวแล้ว...รออะไรอยู่ล่ะครับ?

Post#2-351:
แน่นอนว่าทุกคนรู้ดี ว่าการแข่งขันที่สำคัญที่สุดก็คือการแข่งขันกับตัวเอง...แม้จะรู้อย่างนั้น เราก็อดไม่ได้ที่จะแข่งกับคนอื่น หรือเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่นั่นเอง

ตราบเท่าที่การเปรียบเทียบกับคนอื่นนั้น ยังอยู่ในของเขตของ "ความอิจฉา" ไม่ใช่ "ความริษยา" ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่รับได้

แต่จะว่าไป...ใครจะอิจฉาหรือใครจะริษยาใคร ผมคงไปห้ามไม่ได้ และว่ากันที่จริงแล้วก็คงไม่ใช่เรื่องที่ผมจะไปยุ่งเกี่ยวด้วย

...

ว่าแล้วก็ชวนทุกท่านมาสนทนากันต่อในเรื่องของการแข่งขันกับตัวเองจะดีกว่า...

คงไม่ต้องบอกใช่มั๊ยครับ ว่าจะแข่งกับตัวเองได้ ก็ต้องตั้งเป้าให้ชัดเจนก่อน...มองออกมั๊ยครับ ว่าอีก 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า เราอยากเป็นอะไร, ทำอะไร และอยู่ยังไง?

ขับรถไปหัวหิน แล้วแวะพักชมนกชมไม้กลางทางแล้วก็มุ่งหน้าต่อ กับขับรถไปเรื่อยๆ เห็นอะไรตามรายทางก็แวะน่ะ มันต่างกันมากนะครับ

...

นอกจากเราจะต้องเลือกทำอะไรสักอย่างในวันนี้ ที่ตัวเราในอนาคตต้องขอบคุณแล้ว (ลองอ่าน Post#333 และ Post#2-32 ประกอบนะครับ) เรายังจำเป็นต้องถามตัวเองด้วยประโยคนี้ด้วย

"Ask yourself if what you're doing today is getting you closer to where you want to be tomorrow."

แปลว่า "จงถามตัวเองว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในวันนี้ ทำให้เราเข้าใกล้กับเป้าหมายที่ต้องการในวันข้างหน้าหรือเปล่า"

(ขออภัยครับ...ไม่สามารถสืบค้นที่มาได้ ว่าใครกล่าวไว้)

...

ถ้ามั่นใจว่าใช่...ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ คุณน่าจะอยู่บนเส้นทางของความสำเร็จแล้ว

แต่ถ้าไม่ใช่...บางสิ่งบางอย่างในชีวิตเราอาจจะขาดหายไปรึเปล่า?

อาจจะเพราะเราขาดเป้าหมายในชีวิต...หรือไม่เราก็อาจจะหลงลืมไปว่า ตั้งเป้าหมายอะไรไว้อยู่...

ถ้ารู้สึกตัวแล้ว...รออะไรอยู่ล่ะครับ?

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....