Skip to main content

Post#2-345: Stronger Together

Post#2-345:
ตั้งแต่คืนวันวานจนกระทั่งสายๆ ของวันนี้ ผมได้รับข้อความแสดงความห่วงใยมาจากเพื่อนชาวต่างชาติมากมายหลายต่อหลายท่าน

ข่าวการระเบิดที่ราชประสงค์เมื่อค่ำวาน ซ้ำร้ายกับเหตุระเบิดที่ท่าเรือสะพานสาทรเมื่อช่วงบ่าย ทำให้ประเทศของเรากลายเป็นที่ถูกจับตามองมากที่สุด

เพื่อนต่างชาติของผมหลายคนอีกเช่นกัน ถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น...ซึ่งผมได้แต่จนปัญญาที่จะตอบ ได้แต่เล่าให้พวกเค้าฟังว่า สาเหตุที่ได้รับฟังมามีหลากหลาย และผมก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

...

ท่ามกลางความวุ่นวายแบบนี้ ผมเองก็มีแต่ความสงสัยอยู่เต็มไปหมด และได้แต่ตั้งสมมติฐานไปต่างๆ นาๆ

เมื่อคืนหลังประชุม ผมกับเพื่อนก็ถกกันอยู่พักนึงว่า สาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ เราก็ได้แต่วิเคราะห์วิจารณ์ แล้วก็ฟันธงตามประสาของเราว่า มันน่าจะเป็นเหตุนั้น นู้น นี้...แน่นอนว่ามันก็เป็นแค่การคาดเดาโดยไม่มีหลักฐาน

แต่ที่สุดแล้ว จนถึงวินาทีนี้ ความจริงก็ยังไม่ปรากฏชัด ทราบแต่เพียงว่ามีการจับภาพของผู้ต้องสงสัยไว้ได้ แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในความดำมืดของการตั้งข้อสงสัย...ก็เท่านั้น

...

ตลอดทั้งวันของวันนี้ ข่าวจากทุกแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น TV หรือ Social Media ก็ล้วนแต่มีการวิพากษ์ถึงเหตุที่เกิดขึ้น

เช่นเดียวกันกับความเห็นอกเห็นใจและถ้อยคำปลอบโยนที่อบอุ่น ต่างก็หลั่งไหลผ่าน Social Network ทั้งหลาย มาจากทั้งชาวต่างชาติและทั้งจากคนไทยด้วยกัน ไปสู่ผู้เสียชีวิต, ผู้บาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งส่วนใหญ่ของคนกรุงเทพฯ ผู้ตกอยู่ในความหดหู่และสลดใจ

วิกฤตแบบนี้ ก็อาจกลายเป็นโอกาสสำหรับคนกรุงเทพฯ เพราะไม่ว่าเราจะบาดหมางกันมาก่อนด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ยามนี้เราควรต้องหันมาจับมือสู้ไปพร้อมๆ กัน...เพื่อสู้กับศัตรูที่อยู่ในเงามืด ที่แอบหัวเราะเยาะเย้ยที่เห็นพวกเราทุกคน หัวปั่น, แตกแยก และซวนเซ

ในยามวิกฤตแบบนี้...เราจึงต้องเพิ่มสติให้มากขึ้น มีวิจารณญาณให้มากขึ้น, ติดตามข่าวเพื่อให้ "ตะหนักข่าว" ไม่ใช่ "ตะหนกข่าว"

Our Home...Our Country...Together Stronger นะครับ

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....