Skip to main content

Post#2-343: Family

Post#2-343:
เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า วันอาทิตย์มักจะถือเป็นวันครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่เราก็มักจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวหรือคนที่เรารัก...ให้สมกับเป็นวันครอบครัวอย่างที่ว่า

ผมเองถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ค่อยจะรับนัดวันอาทิตย์ และไม่ชอบที่จะรับสายหรือโทรหาใครในวันอาทิตย์เอาซะเลย

วันนี้ถือเป็นวันชาร์จพลังความรักเข้าตัว เพื่อให้มีแรงสู้ชีวิตในวันทำงานอีก 5 หรือบางคนก็ 6 วัน ที่จะมาถึง

...

เท่าที่ผมสังเกต รูปภาพต่างๆ ที่โพสต์ใน Social Media ทั้งหลาย ไม่ว่าจะ Facebook หรือ IG ก็มักจะเป็นภาพกับครอบครัว...บางภาพผมดูไปก็ขำไป แต่มักจะมีความอบอุ่นเจืออยู่ในภาพด้วยเช่นกัน

โดยมากเรามักถ่ายภาพแห่งความสุขเก็บไว้ แต่ก็มีไม่น้อยที่ความสุขขณะถ่ายภาพกลายมาเป็นความขื่นขมในขณะที่นำภาพกลับมาดูใหม่...

ผมเองก็ชอบเปิดดูภาพถ่ายเก่าๆ ไม่น้อย ค่าที่เวลาดูแล้ว ความทรงจำในลิ้นชักมักจะถูกเปิดออก และความรู้สึก ณ ตอนถ่ายภาพนั้น ก็จะพรั่งพรูมาสู่ใจของเรา ทำให้อมยิ้มหรือน้ำตารื้นได้อยู่บ่อยๆ

...

จริงๆ แล้ว เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเปราะบาง และอย่างที่ผมเคยเล่าไว้นานมาแล้ว (Post#119) ว่าไม่มีรักไหนที่ดีทุกวันแน่ๆ

ก็ตามประสาลิ้นกับฟันที่อยู่ใกล้กัน ย่อมมีวันที่จะกระทบกันบ้างเป็นธรรมดา บางวันเราก็เป็นฟันและบางวันเราก็เป็นลิ้น ก็คือเป็นทั้งฝ่ายทำเค้าเจ็บ และเป็นฝ่ายถูกทำให้เจ็บ

เวลาความสัมพันธ์ไม่ราบรื่น เราก็มักจะชอบน้อยเนื้อต่ำใจมากเกินเหตุ บางคนก็เอาไปคิดมากมายเป็นวรรคเป็นเวร ทั้งที่บางทีคนรักของเราไม่ได้รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำไป ว่าเรากำลังคิดอะไรหรือน้อยใจเรื่องอะไรอยู่

...

คนส่วนใหญ่มักคิดว่า อยู่ใกล้กันก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันมาก แต่ผมเห็นว่า ยิ่งอยู่ด้วยกันใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องสื่อสารและปรับความเข้าใจปรับวิถีการใช้ชีวิตให้เข้ากันให้มากขึ้นเท่านั้น

ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ของคู่รักหนุ่มสาวหรือสามีภรรยา หากแต่กับพ่อ-แม่, พี่-น้อง, นาย-ลูกน้อง-เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่ง เรา-ลูกค้า ผมว่าเราก็ต้องปรับต้องจูนอยู่เสมอ

อย่าคิดว่า กับคนใกล้ตัวแล้วจะ "อะไรก็ได้" เพราะสุดท้ายแล้ว "คนใกล้ตัว" นั่นแหละ ที่จะอยู่กับเราในวันสุดท้าย ไม่ใช่ "คนไกลตัว" ที่โดยมากแล้ว เรามักจะเกรงใจและให้ความสำคัญมากเหลือเกิน

...

ถ้าจำไม่ผิด สมัยเรียนมัธยม (นานแล้วล่ะครับ) ในหลักสูตรวิชาสังคมศึกษา ก็จะสอนว่า ครอบครัวเป็นหน่วยย่อยที่สุดในสังคม และหากครอบครัวแข็งแรง สังคมและประเทศชาติก็จะแข็งแรง

ครอบครัวจะดีได้ เราต้องมีส่วนร่วมทำให้ครอบครัวดี ไม่ใช่คาดหวังว่าครอบครัวจะดีโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรก็ได้

ใครก็ไม่รู้คิดเอาไว้ แต่ผมยิ้มด้วยความเต็มตื้นทันทีที่อ่านจบ...

"FAMILY = Father And Mother I Love You."

ชีวิตของคนเรานั้นแสนสั้นนัก...ขอให้ทุกคนในครอบครัวรักและดูแลกันนะครับ

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...