Skip to main content

Post#3-118: ความทรงจำแห่งครอบครัว

Post#3-118:
ผมเองก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่วันอาทิตย์ถูกกำหนดให้เป็นวันที่เราควรใช้เวลาอยู่กับครอบครัว?

ด้วย Life Style ของคนเมือง ทำให้เรามีเวลาอยู่กับครอบครัวน้อยลง...ออกไปทำงานแต่เช้าและกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ

ดังนั้น การที่จะมีวันใดวันหนึ่งที่เป็นวันให้สมาชิกครอบครัวมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น

อย่างน้อย การใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ก็เป็นหลักฐานยืนยันว่า เรามี "ครอบครัว"

...

ที่ผ่านๆ มา ผมไปมาหาสู่กับอาม่าและญาติๆ แบบนับครั้งได้...ส่วนใหญ่ก็จะพบกันในวันรวมญาติต่างๆ เช่น วันเกิดอาม่า, วันตรุษจีน, วันเชงเม้ง หรือไม่ก็วันครบรอบวันตายของอากง

เวลาอยู่กับอาม่าหรือญาติผู้ใหญ่...บ่อยครั้งที่ผมอยู่ในภาวะทำตัวไม่ค่อยถูก และที่สำคัญ ไม่รู้จะคุยอะไรกับท่านๆ

เรียกง่ายๆ ว่าผมไม่ชอบบรรยากาศ Dead Air นั่นแหละครับ

...

เมื่อก่อนผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ ว่าทำไมแม่ถึงได้ชอบไปหาอาม่าได้บ่อยๆ เรียกว่าในเดือนหนึ่งๆ แทบจะหาวันอาทิตย์ที่แม่ไม่ไปหาอาม่าไม่ได้เลย...เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ผมจำความได้

ผมไม่แน่ใจว่า "ความรู้สึกโหยหาครอบครัว" จะพัฒนามากขึ้นตามอายุรึเปล่า...แต่ยิ่งอายุมากขึ้น ผมยิ่งอยากอยู่ใกล้แม่และพ่อ มากขึ้นทุกวัน

รวมไปถึงอยากไปหาอาม่าให้บ่อยขึ้นด้วย...

...

ระยะหลังๆ มานี้ ผมพึ่งจะมาค้นพบว่า แท้จริงแล้ว การอยู่ท่ามกลาง "ครอบครัว" อาจไม่จำเป็นต้องคุยกันด้วยคำพูดเสมอไป

ที่สำคัญน่ะ ต้องคุยกันด้วย "ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว" ต่างหาก

บางครั้ง เมื่อเจอแม่กับพ่อ หรือไปเจออาม่า ผมแทบไม่ได้คุยอะไรด้วยเลย แต่เวลาอยู่กับท่าน ใจผมกลับนิ่งและอบอุ่น...เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กๆ อีกครั้ง

นี่กระมังครับ...อำนาจวิเศษของคำว่า "ครอบครัว"

...

แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่ (ซึ่งรวมผมอยู่ด้วย) มักไม่ค่อยรู้ค่าของช่วงเวลาอันมีค่า...จนเมื่อวันหนึ่งในอนาคต เรากลับมานึกถึงมัน

เหมือนที่ฝรั่งว่าไว้ว่า...

"Sometimes you will never know the true value of a moment until it becomes a memory."

แปลว่า "บางครั้ง คุณจะไม่มีวันรู้ซึ้งถึงคุณค่าของชั่วขณะใดขณะหนึ่ง จนกระทั่งมันกลายเป็นความทรงจำ"

เราอาจไม่รู้ตัวเลยว่า แท้จริงแล้ว การที่เราได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวที่เรารักนั้น, ในวันหนึ่งข้างหน้า, มันจะกลายเป็นความทรงจำที่มีค่าที่สุด...เหนือกว่าความทรงจำอื่นใดในโลก

...

ถ้าใครได้ดู Animation เรื่อง Inside Out คงพอจะนึกภาพออก ว่า "ครอบครัว" นั้น มีความสำคัญเพียงใดกับ "อัตลักษณ์" ของคนเรา

คิดภาพออกมั๊ยครับ ถ้าไม่มีครอบครัว...เราจะเป็นยังไง?

จะต่อสู้ไปเพื่ออะไร? จะหัวเราะกับใคร? จะร้องไห้กับใคร? จะกลับไปหาใคร?

ขอให้ได้สุขสันต์กับครอบครัวได้บ่อยเท่าที่จะมีโอกาสนะครับ...

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...