Skip to main content

Post#3-136: ไปต่อหรือพอแค่นี้?

Post#3-136:
ต่อเนื่องจากเมื่อวาน, มีน้องท่านนึงถามมาว่า

"อยากได้ข้อคิดเพิ่มเติมค่ะ

1. ถ้าเราไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาเรือที่เราจะลงหละคะ เราควรลงไปเพื่อไปลอง หรือเราควรอยู่บนท่าน้ำเพื่อความปลอดภัย

2. ถ้าเราตัดสินใจลงเรือไปแล้ว เห็นแล้วว่าข้างหน้าจะจม เราเตือนแล้ว เราช่วยเท่าที่เราช่วยได้แล้ว เราจะทำยังไงดีคะ เราควรสละเรือ หรือว่าเราควรพายต่อไปและพยายามเตือนผู้ร่วมทางให้หมุนหัวเรือ"

ตอบยากจัง...เอาเป็นว่า ผมยกตัวอย่างแบบนี้ดีกว่าครับ ^^

...

สมมติว่า คุณกำลังจะนั่งรถทัวร์ไปต่างจังหวัด...

ระหว่างนั่งรอรถอยู่นั้น ก็บังเอิญไปเห็นว่า คนขับมีท่าทางเมา และสภาพรถก็น่าเชื่อว่าอาจจะไปเสียกลางทางแน่ๆ...ถามว่า เห็นตำตาขนาดนี้แล้ว คุณจะขึ้นรถคันนี้มั๊ย?

แต่ถ้าคนขับก็มีท่าทีปกติ, สภาพรถก็ดูไม่แย่ แต่จู่ๆ คุณก็มโนขึ้นมาเองว่า "ตายล่ะ...ฉันมีลางสังหรณ์ว่า ถ้าขึ้นรถคันนี้ สงสัยจะเกิดอุบัติเหตุแน่ๆ" ถามว่า คุณจะขึ้นรถคันนี้มั๊ย?

ได้คำตอบสำหรับคำถามข้อ 1 มั๊ยครับ?

...

เอาใหม่ สมมติว่าคุณรู้สึกตัวแล้ว ว่านั่นเป็นการมโนไปเอง เลยตัดสินใจขึ้นรถคันนั้นไป

ระหว่างทางคุณเห็นคนขับรถมีท่าทางแปลกๆ เหมือนว่าจะหลับใน, คุณก็เลยรำพึงกับตัวเองว่า "อุ๊ย หรือว่าที่เราสังหรณ์ไว้จะเป็นจริง"...ถามต่อไปว่า  คุณจะนั่งสังเกตอาการไปเรื่อยๆ คนเดียวเงียบๆ หรือจะชวนให้ผู้โดยสารคนอื่นช่วยกันสังเกตครับ?

เอาล่ะ สมมติต่อไปอีกว่า คนขับก็ง่วงจริงๆ นั่นแหละ ถามว่าคุณจะนั่งสังเกตคนขับไปเรื่อยๆ หรือพยายามหาวิธีให้คนขับหายง่วงดีครับ?

แล้วหากคุณหยิบลูกอมให้ก็แล้ว, ส่งผ้าเย็นให้ก็แล้ว, ชวนคุยก็แล้ว และถึงกับเขย่าตัวก็แล้ว...คนขับเจ้ากรรมก็ยังมีทีท่าห่วงเหงาหาวนอนอยู่ดี

ถามว่า คุณจะนั่งอยู่บนรถต่อไป หรือขอลงรถดีเอ่ย? แล้วตอนขอลงรถน่ะ ใจคอคิดจะเตือนคนอื่นบนรถทัวร์มั๊ยครับ?

ได้คำตอบสำหรับคำถามข้อ 2 มั๊ยครับ?

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...