Skip to main content

Post#4-212: ทำบุญ vs ละบาป

Post#4-212:
ผมถือโอกาสที่วันนี้เป็นวันหยุด ติดสอยห้อยตามคุณนายแม่มาแอ่วเชียงใหม่

ความจริงเรียกว่ามาแอ่วได้ไม่ค่อยเต็มปาก เพราะคุณนายแม่มีความสุขกับการนอนดูละครกับเพื่อนๆ ที่บ้านพัก เสียล่ะมากกว่า

กระนั้น ผมก็มีความสุขทุกทีที่ได้ไปไหนมาไหนกับแม่บ้าง

...

หลังมื้อเช้าที่ได้ไปทานโจ๊กร้านสมเพชร (ที่เค้าว่าเป็นเจ้าดังในเชียงใหม่) แล้ว...ก็ถึงเวลาเดินสายไหว้พระ

หนึ่งใน High-light ของช่วงเช้านี้...ก็คือการขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยคำและหลวงพ่อทันใจ ที่ว่ากันว่า มีอายุถึง 505 ปี

ที่นี่นิยมสักการะพระธาตุกับหลวงพ่อฯ ด้วยดอกมะลิ...ซึ่งดูจากปริมาณดอกมะลิที่ผู้คนนำมาถวายแล้ว ผมก็พอจะประเมินได้ว่า กำลังศรัทธานั้น มากมายเพียงใด

...

ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเดินสายไหว้พระขอพรเท่าไหร่...มาวันนี้ เมื่อแม่ชวนไหว้ ผมก็เลยปฏิเสธ บอกแม่ว่า มาเป็นเพื่อนแม่เฉยๆ

ถูกอย่างที่เดานั่นล่ะครับ...หม่อมแม่ก็เลยเทศนาผมเสียยกนึง โดยมีใจความหลักๆ ก็คือ "ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่"

ด้วยความสัตย์จริง...ผมไม่เคยคิดลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย เพราะต่างคนต่างใจ ต่างคนก็ต่างความคิดและความเชื่อ

ใครที่นับถืออะไร อยากกราบไหว้อะไร...ถ้าไม่ทำให้ตัวเองและใครต้องเดือดร้อน ก็ทำไปเถิดครับ

...

ส่วนตัวเวลาผมได้ไปเยือนศาสนสถาน, สถูป, เจดีย์, พระธาตุ หรืออุโบสถใดๆ...ผมมักจะกำหนดจิตของตัวเอง ให้สะท้อนความอลังการของสิ่งปลูกสร้าง ให้กลายมาเป็นศรัทธาโน้มนำให้เลื่อมใสในความยั่งยืนของศาสนา

ทานมัยจึงควรเป็นเพียงสัญลักษณ์เตือนใจเรา เพื่อให้เกิดศรัทธาน้อมนำไปสู่การปฏิบัติธรรมในลำดับที่สูงขึ้น...มากกว่าจะเป็นเพียงเครื่องมือในการขอนั่น นู่น นี่ จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

หลวงปู่ชา สุภัทโท ท่านก็เคยเทศน์สอนเตือนใจเราไว้ว่า...

การจะละความชั่ว ไม่กระทำผิด...มันยาก 

"การทำบุญ" โจรมันก็ทำได้ มันเป็น "ปลายเหตุ

"การไม่กระทำบาป" ทั้งหลายทั้งปวงนั้นน่ะ เป็น..."ต้นเหตุ"

...ดังนั้น ทำบุญโดยไม่เว้นบาป จึงไม่ต่างจากเติมน้ำแต่ไม่อุดรูรั่วที่ก้นถังครับ...

#NoteToSelf:

  • บทสรุปคัดย่อของพุทธศาสนา "ทำดี ละชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์"
  • พุทธ, ผี หรือพราหมณ์...พิจารณาให้ดี
  • ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก เราล้วนครอบครองแค่ชั่วคราวเท่านั้น...สุดท้ายเราก็ต้องวางคืนก่อนจากไป

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...