Skip to main content

Post#4-236: การเดินทางที่แท้

Post#4-236:
อันเนื่องมาจากเมื่อวานไปรับการรักษาตามแบบดุลยภาพบำบัด แล้วรู้สึกสบาย แถมด้วยการเข้านอนเร็ว...จึงทำให้วันนี้ผมตื่นนอนแต่เช้าตรู่

หลังจากกลับจากตามภรรยาไปซื้อกับข้าวกับปลา ผมก็กลับมานอนกระดิกเท้าดู TV อย่างสบายอารมณ์

ส่วนมากถ้ามีเวลาชิลด์ๆ แบบนี้...ผมก็มักจะอ่านหนังสือหรือไม่ก็ดูรายการต่างๆ จากช่อง Workpoint TV ซึ่งเป็นช่องโปรดของผม

โชคดีวันนี้ได้ดูรายการคุณพระช่วย และมีช่วงหนึ่งที่เชิญ ท่านอาจารย์กิตติศักดิ์ มีสมสืบ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2559 สาขาวรรณศิลป์ มาร่วมพูดคุย

สารภาพว่า ผมไม่เคยรู้จักท่านอาจารย์มาก่อน แต่พอมาฟังบทสนทนาของท่านในรายการแล้ว ผมก็ต้องยอมรับว่า ท่านเป็น "ศิลปินแห่งชาติ" โดยแท้

...

ตอนหนึ่งของการสนทนา...ท่านได้ส่งมอบแนวคิดให้กับเยาวชนที่สนใจในเรื่องของวรรณกรรม ไว้ประมาณว่า...

หากอยากจะเชี่ยวชาญด้านกวีแล้วล่ะก็...เราจะต้อง

"เดินทางออกไปข้างนอกให้ไกล เดินทางเข้าไปข้างในให้ลึก"

เป็นยังไงครับ...สำนวนของท่านอาจารย์กิตติศักดิ์? ฟังแล้ว "ทึ่ง" เหมือนกับผมมั๊ยครับ?

...

การเดินทางออกไปข้างนอกให้ไกล...ก็คือการได้เห็นโลกกว้าง ซึ่งถือเป็นการเดินทางเพื่อสะสม Knowledge

ส่วนการเดินทางเข้าไปข้างในให้ลึกนั้น...ก็คือการฝึกให้เห็นโลกในทางลึก ซึ่งเป็นการเดินทางเพื่อขัดเกลา Wisdom

หากปราศจาก Knowledge เราก็มิอาจมี Wisdom ที่เฉียบแหลม...

และหากมีแต่ Knowledge โดยไม่คิดขัดเกลาให้กลายเป็น Wisdom...ก็ยังประโยชน์ใดๆ มิได้

...การเดินทางตามวิถีโลกจึงสำคัญมิยิ่งหย่อนไปกว่าการเดินทางตามวิถีจิตครับ...

Cr: อาจารย์กิตติศักดิ์ มีสมสืบ และรายการคุณพระช่วย

#NoteToSelf:

  • มีความรู้ไม่พอ ต้องมีปัญญาด้วย
  • มีดาบดีต้องหมั่นลับ เฉกเช่นมีความรู้ต้องหมั่นขัดเกลา
  • หากไม่ขัดเกลาความรู้...สุดท้ายก็จะเข้าข้าย "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด"
  • จงหมั่นเดินทางทั้งภายนอกและภายใน...จงหมั่นแปลงความรู้ที่ได้มาให้กลายเป็นปัญญาที่สั่งสม

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...