Skip to main content

Post#5-058: ไม่รักก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเกลียด

Post#5-058:
แม้ว่าโลกนี้จะมีของคู่กันและของคู่ตรงข้ามอยู่เสมอก็ตาม

แต่ผมว่า มันออกจะใจแคบไปสักหน่อย ถ้าจะต้องบอกว่า ของสิ่งนี้ต้องคู่กับสิ่งนี้เท่านั้น หรือถ้าไม่เลือกน้ำก็ต้องเลือกไฟ

ช้อนก็คงไม่ต้องแค่คู่กับส้อมเท่านั้น เพราะคู่กับชาม ก็ได้...และน้ำก็คงไม่ต้องตรงข้ามกับไฟเท่านั้น เพราะตรงข้ามกับฝั่ง ก็ได้

...

อาจจะเป็นเพราะในหัวของเรา มักจะมีความเชื่อหรือมุมมองบางอย่างที่เราคุ้นชินฝังอยู่...มันก็เลยพาลทำให้เรา ตัดสินว่าสิ่งนี้ตรงคู่กับสิ่งนี้ และถ้าไม่เลือกน้ำก็ต้องเลือกไฟ

เอาจริงๆ ถ้าไม่เลือกน้ำ ในขณะเดียวกัน ก็ไม่เลือกไฟด้วยก็ได้...คือไม่เลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ไปเลือกอย่างอื่นแทน

ดังนั้น ถ้าไม่รักกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเกลียดกัน...เพราะว่า เราเลือกจะรู้สึกเฉยๆ กับอีกฝ่าย ก็ได้

...

เรารักใครชอบใคร แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน...แต่เราย่อมรู้สึกดีในใจ

เช่นเดียวกับเวลาเราเกลียดใคร ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับเราไปด้วย...ก็แปลว่า เราเจ็บในอกอยู่ฝ่ายเดียว

ดังนั้น ถ้าทำใจให้ชอบใครบางคนไม่ได้...ก็จงหยุดใจไว้ที่ความรู้สึกเฉยๆเพื่อให้ใจเราไม่ต้องโดนเพลิงแห่งความเกลียดชัง แผดเผา

เมื่อรักใครแล้วเค้าไม่รักตอบ หรือเมื่อเกลียดใครก็ตาม...จงถามตัวเองว่าคุ้มมั๊ยที่จะจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ

...ดึงให้ตัวเองมาอยู่ตรงกลางหรือฝั่งบวก...ดีกับตัวเราอย่างแน่นอนครับ!...

#NoteToSelf: 

  • ชีวิตของเรา ไม่จำเป็นต้องเลือกจากแค่ 2 คำตอบ...เพราะคำตอบชีวิตไม่ได้เป็นแบบปรนัยเสียหน่อย
  • ก่อนที่จะเก็บความเกลียดชังโกรธขึ้งไว้ในใจ...คิดให้ดี เพราะอีกฝ่ายไม่ได้เจ็บอะไร แต่เราน่ะเจ็บเอง
  • ปลดปล่อยความเกลียดชัง ไม่ได้แปลว่ายอมแพ้ต่ออีกฝ่าย หากแต่เป็นความฉลาดที่แคร์ตัวเอง มากกว่า

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...