Skip to main content

Post#2-73: มิงกะละบา...พม่าที่รัก

Post#2-73:
เมื่อวานรวมทั้งวันนี้ ผมมาประชุมที่ประเทศพม่าครับ เป็นการกลับมาเยือนหลังจากห่างหายไปกว่า 9 เดือน

มาคราวนี้ พบว่าการจราจรในกรุงย่างกุ้งนับวันจะทวีความสาหัสมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะทางประมาณ จากสนามบินเข้าตัวเมือง ประมาณ 15 ก.ม. เราอาจต้องใช้เวลาเดินทางกว่า 45 นาทีหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา

ก่อนหน้านี้ไม่เกิน 3 ปี รถยนต์ในกรุงย่างกุ้งเป็นรถยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก หารถยนต์มือใหม่แทบไม่ได้ ยิ่งรถแท็กซี่นี่ เก่าซะจนไม่แน่ใจว่า จะพาเราไปถึงจุดหมายได้มั๊ย ไม่ต้องพูดถึงแอร์ในรถ เพราะขนาดหน้าต่างรถยังไขไม่ได้เลยเชียว

มาวันนี้ รถยนต์ใหม่ๆ เต็มท้องถนน เรียกว่า "นำเข้า" กันแบบไม่บันยะบันยัง ซึ่งข่าวไม่ได้กรองจากเพื่อนชาวพม่าของผมแจ้งว่า มีการนำเข้ารถยนต์มากกว่า 5 หมื่นคันในช่วงต้นๆ
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ประเทศพม่า กำลังเป็นประเทศเนื้อหอมที่เป็นจุดสนใจของการลงทุนจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก และหนึ่งในนั้นก็มีนักลงทุนชาวไทยอยู่ด้วยเช่นกัน

สินค้าแบรนด์ไทยและแบรนด์นอก ต่างมาขุดทองกันไม่เว้นแต่ละวัน สิ่งที่หายากมากของบริษัทข้ามชาตินั้น มีอยู่ 2 เรื่อง คือสถานที่ตั้งร้านค้า และคนทำงาน

ราคาที่ดินในพม่าปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วง 4-5 ปีหลังๆ มานี้ รวมไปถึงราคาห้องพักและราคาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งพูดไปทุกคนอาจจะอ้าปากค้างได้ เช่น ค่าเช่าอพาทเม้นท์แบบรายเดือน ขั้นต่ำๆ ก็อยู่ที่ 2,500 เหรียญสหรัฐ และต้องจ่ายเช่าล่วงหน้า 1 ปี O_o

ราคาโรงแรมแบบ 2-3 ดาว อย่างเบาะๆ ก็คืนละ 55-70 เหรียญสหรัฐ ส่วนถ้าโรงแรมแบบ 5 ดาว ราคาก็ไปแตะอยู่ที่คืนละ 300 เหรียญสหรัฐ

จะเห็นว่าค่าที่หรือค่าเช่าที่น่ะแพงมหาศาล ซึ่งต้นทุนนี้สูงจนอาจทำให้แบรนด์ต่างๆ มา "เจ๊ง" ได้ง่ายๆ หากสายป่านไม่ยาวพอ

แต่ที่หนักหนากว่าเรื่อง "ทำเล" กลับกลายเป็นเรื่อง "คนทำงาน"

ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าคนพม่า (ไม่ใช่ทุกคนนะครับ) เกลียดกลัวกับ "แรงกดดัน" เป็นอย่างมาก ดังนั้น การเปลี่ยนงานบ่อยๆ จึงเกิดขึ้นเป็นปกติ 

รวมไปถึงคนที่มาสมัครทำงาน (ไม่ใช่ทุกคนอีกนั่นแหละ) มักจะมีความสามารถต่ำกว่าตำแหน่ง ส่งผลให้การจะทำอะไรให้รวดเร็วอย่างใจคิดตามสไตล์บ้านเราน่ะ เป็นมากกว่า "ความฝัน" ซะอีก

ดีอยู่อย่างที่ค่าแรงงานที่นี่ไม่สูงมากนัก แต่ก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการที่มีธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ นี่แหละครับ

ใครที่คิดจะมาขุดทองที่พม่า...ต้องวางแผนดีๆ คิดให้รอบคอบก่อนครับ เพราะถ้าคิดจะมาตายเอาดาบหน้าน่ะ ผมเกรงว่าแทนที่จะได้ขุดทอง อาจจะต้องเอาทองมาทิ้งซะมากกว่าครับ

ลาก่อนกรุงย่างกุ้ง จนกว่าจะพบกันใหม่...

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...