Skip to main content

Post#4-037: อาลัยองค์ราชัน

Post#4-037:
ผมเชื่อว่าคนไทยเกือบทุกคนคงเป็นเหมือนผม...นั่นคือตั้งแต่จำความได้ เราก็รักในหลวงอย่างสุดหัวใจอยู่แล้ว

ยิ่งเมื่อเติบโตขึ้น ได้รับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจที่ทรงมีและทรงทำให้กับพสกนิกรชาวไทยด้วยแล้ว...เราทุกคนจึงยิ่งรักและเทิดทูนพระองค์มากเป็นเท่าทวี

และนั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำไมเราจึงรู้สึกเต็มตื้นและน้ำตารื้นทุกครั้ง ที่ได้ยินเสียงหรือได้เปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา

...

ในช่วงหลายปีหลังๆ มานี้...เราทุกคนทราบและติดตามข่าวที่พระองค์ทรงประชวร เข้าและออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง

เราต่างก็ต่างเฝ้าวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้โปรดอำนวยพรให้พระองค์หายจากอาการประชวรโดยเร็ว...แม้จะแลกกับการที่เราต้องอายุขัยสั้นลง เราก็ยอม

แต่คงเป็นเพราะพระองค์ทรงกรำงานนานหนักเพื่อปวงชนชาวไทยมานานเหลือเกิน...พระองค์จึงต้องเสด็จสู่สวรรคาลัยไปเร็วเกินกว่าเราจะทำใจยอมรับสัจธรรมนี้ได้

...

หากเราจะนึกถึงพระองค์ในฐานะ "มนุษย์" คนหนึ่ง...เราคงไม่อาจหาใครที่จะเสียสละและตรากตรำทำงานหนักเพื่อผู้อื่นได้เท่าพระองค์ท่าน

และไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงชาวต่างชาติ ตั้งแต่บุคคลชั้นกษัตริย์ไปจนถึงปุถุชนทั่วไป ต่างก็ยกย่องและเทิดทูนพระองค์ จากก้นบึ้งของหัวใจ

หาใช่เพราะพวกเค้ายกย่องเพราะเห็นว่า พระองค์เป็นกษัตริย์...หากแต่เพราะพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของ "ความดี" ที่มีชีวิต...ที่พวกเค้าไม่เคยพบเจอที่ไหน ต่างหาก

...

แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว...แต่ผมเชื่อว่า ปวงชนชาวไทยจะยังคงมีพระองค์ประทับอยู่ในเรือนใจตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต

เรามิอาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่เราต้องสูญเสียองค์ราชันผู้เป็นที่รักของปวงชนไปได้...หากเรายังสามารถสืบสานแนวพระราชดำริและพระบรมราโชวาทมาเป็นแนวทางชีวิตได้

และพระองค์คงจะทรงยินดี หากว่าคนไทยจะเลือก "เดินตามรอยของพ่อ" ไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกๆ คน

...ผมเชื่อว่า พระองค์ยังคงเฝ้าดูคนไทยอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า...และพระองค์ย่อมทรงทราบดีว่า

..."พวกเราคนไทย...รักในหลวง"...

#เสด็จสู่สวรรคาลัย #คนไทยรักในหลวง #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...