Skip to main content

Post#4-055: สองอาหลานกับการแบ่งงานแบบฮาเฮ

Post#4-055:
เย็นวานนี้ ผมมอบหมายให้น้องชายกับลูกสาว เป็นผู้ลงมือประกอบตู้ลิ้นชักแบบ DIY ที่ซื้อมาจาก IKEA

จากนั้น ผมก็ไปทำนั่น นู่น นี่ นิดหน่อย แล้วก็หลบไปงีบ...ก่อนจะถึงเวลาทานมื้อค่ำ

แว่วๆ เสียง อากับหลานคุยกันงุ้งงิ้ง สลับกับเสียงหัวเราะดูเป็นที่น่าสนุกสนาน...ได้ยินแล้วผมก็อมยิ้ม จากนั้นผมก็ผลอยเข้าสู่โหมดนิทรารมณ์อันแสนสุข

แล้วก็ตื่นขี้นด้วยเสียงนาฬิกาปลุก...คำนวณคร่าวๆ เวลาผ่านไปเพียงไม่เกิน 40 นาที และเสียงคุยกันสลับเสียงหัวเราะ ก็ยังคงอยู่

ว่าแล้ว ผมเข้าไปเช็คผลงาน ปรากฏว่า งานคืบหน้าไปแค่ 35% เท่านั้น...เอาล่ะสิ ที่งานไม่คืบหน้าเอาเสียเลย เพราะเน้นเสียงหัวเราะเป็นหลักกันรึเปล่านะ?

...

จากคำบอกเล่าของสองอาหลาน...ที่งานไม่คืบหน้าน่ะ ก็เพราะจุดประสงค์ที่ต้องการเน้นความสนุกสนานร่วมกันเป็นหลัก...

ว่าแล้วคุณอาก็เลยมอบหมายให้คุณหลานเป็นคนดูคู่มือฯ ส่วนน้องชายผมเป็นคนลงมือประกอบ -"-

ก็แน่ล่ะ ลูกสาวผมคงเป็นคนลงมือประกอบไม่ไหว...แต่ให้ไปดูคู่มือฯ นี่ก็ไม่น่าจะใช่การแบ่งงานที่ถูกเลย >_<"

มิน่าล่ะ...ผมถึงได้ยินเสียงคุยกันงุ้งงิ้งสลับกับเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลา...ก็เล่นแบ่งงานกันแบบนี้ แน่นอนว่าก็ต้องประกอบผิดๆ ถูกๆ กันอยู่นั่นเอง *o*

...

ความตั้งใจของน้องชายผม ก็แค่อยากให้หลานมีส่วนร่วมมากๆ จะได้ภูมิใจหลังงานเสร็จ...ก็เท่านั้น

แต่ที่จริง ผมว่ามันก็เป็นการมอบงานให้หลานแบบเน้นฮาเฮเป็นหลัก...แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่มันก็ผิดนิดๆ ที่ได้เสียงหัวเราะมากกว่าเนื้องาน

ยังไงก็ตาม พอผมมารู้เบื้องหลังว่าทำไมงานไม่คืบหน้าแล้ว...ผมขำก็ขำ แต่ก็ส่ายหัวด้วยความรู้สึกปลงๆ ไปด้วยเช่นกัน ^^

...

หลังมื้อค่ำ...เรากลับมาลงมือกันต่อ ต่างกันตรงที่คราวนี้ภรรยาผมมาลงมือด้วย บวกกับผมก็มาลงมือพร้อมบัญชาการไปด้วยเช่นกัน

ส่วนลูกสาว ผมจำต้องส่งเข้านอน เพราะเลยเวลานอนไปนิดหน่อยแล้ว และพิจารณาว่า แม้อยู่ช่วย ก็คงได้ในแง่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเท่านั้น...ซึ่งไม่ใช่สิ่งจำเป็นในตอนนี้

เราใช้เวลากับอีก 65% ที่เหลือ ด้วยเวลาอีกเพียงแค่ 50 นาทีเท่านั้น...ที่เร็วขึ้นมาก ก็เพราะครบทั้งแรงคนและคนบัญชาการ

...

ในชีวิตจริง เราเจอเรื่องความไม่คืบหน้าของงานแบบนี้ ได้ในทุกๆ วัน...ซึ่งสาเหตุอาจเกิดขึ้นได้จากหลายประเด็น

ไม่ว่าจะเป็นขาดกำลังคน, ขาดคนให้แนวทาง, ขาดการกำหนดเส้นตาย หรือแม้กระทั่งบางครั้ง น้องๆ อาจมัวแต่เน้นความสนุกมากกว่าเน้นให้ผลงานเสร็จสิ้น

เช่นเดียวกับผลงานของสองอาหลานนี้ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่มีใครเข้าไปช่วย...คาดว่าคงเสร็จหลังเที่ยงคืนเป็นแน่ ^^

ดังนั้น งานจะเสร็จได้ เหล่าผู้ใหญ่ทั้งหลายจึงต้องกำหนดเป้าหมายให้, ใส่ใจและให้ความช่วยเหลือ

...ส่วนน้องๆ ที่รับมอบหมายงานมา ก็ต้องทำงานให้ทันตามเป้าหมาย, ติดขัดตรงไหนต้องบอก และไม่ลืมที่จะใส่เสียงหัวเราะลงไประหว่างที่ทำงาน แต่ไม่ใช่ตลอดเวลาที่ทำงาน (เหมือนสองอาหลาน...แต่ก็ขำจริงๆ) ล่ะครับ...

#ชอบจังงานDIY #หัวเราะกันหนักมาก #พีคสุดคือสลับด้านแผ่นรองลิ้นชัก #จนเดี๋ยวนี้ทั้งสองอาหลานก็ยังไม่รู้

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...