Skip to main content

Post#4-064: Investment Fund

Post#4-064:
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมคุยกับผู้บริหารของ Investment Fund แห่งหนึ่ง อยู่ครู่ใหญ่ๆ...ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดี ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ เพิ่มเติม อยู่หลายเรื่อง

หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจก็คือ การสร้างมูลค่าต่อยอดที่ Investment Fund สามารถทำให้ธุรกิจที่พวกเค้าเข้าไปลงทุน มีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น

เพราะนั่นถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจมีมูลค่ามากขึ้น...ซึ่งถือเป็นเป้าประสงค์หลักของการลงทุน

...

โดยมากแล้ว ธุรกิจที่เติบโตมาจากเจ้าของคนเดียว มักจะมีโครงสร้างที่ค่อนข้างหลวมและไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีพอในระหว่างฝ่ายงาน

ดังนั้น โดยมากของการเสริมทัพเข้ามาของ Investment Fund จึงมุ่งเน้นไปที่การมา "ไขก๊อก" ให้หลังบ้านแน่นหนาขึ้น...เพื่อให้หน้าบ้านสามารถเปิดเกมรุกได้ดีขึ้น

อย่าลืมว่า การที่มี Investment Fund เข้ามาให้ความสนใจนั้น สาเหตุหลักมาจาก Business Model ของเจ้าของคนนั้น มีความน่าสนใจและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้ค่อนข้างมาก

เมื่อทัพหลังแข็งแกร่ง,มีการเติมเสบียงและเพิ่มแสนยานุภาพของอาวุธ...ก็จะทำให้ทัพหน้าบุกทะลวงได้เป็นอย่างดี

...

อย่างไรก็ตาม...เจ้าของกิจการจำเป็นต้อง "เปิดใจ" ในการรับฟัง และ "เปิดกว้าง" สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในองค์กร

อะไรที่เคยคิดเองและเออเอง...ก็อาจจะต้องใจเย็นขึ้นอีกนิด...ทำงานช้าลงบ้างอีกหน่อย และปล่อยงานให้กับลูกน้องไปทำให้มากขึ้น...เปลี่ยนถ่ายองค์กรให้ไปอิงกับระบบงาน แทนการยึดติดกับตัวบุคคล

ส่วนเจ้าของต้องเอาเวลาไปคิดเรื่องการขยายธุรกิจและสร้างโอกาสใหม่ๆ แทนการจมอยู่กับ Daily Operation

...เถ้าแก่ยุคเก่า มักจะรบด้วยความอุตสาหะ เพราะสนามรบมีความคงที่ค่อนข้างสูง ส่วนเจ้าของยุคใหม่นั้น ต้องรบด้วยระบบงานที่ดี เพราะสนามรบนั้น มีความผันผวนสูง...

#บริหารรวมศูนย์จะทำให้เติบโตช้า #ขงเบ้งอายุสั้นก็เพราะไม่รู้จักแบ่งงาน #แต่รู้ทั้งรู้ก็ยังทำไม่ได้สักที

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....