Skip to main content

Post#4-071: รับผิดและรับชอบ

Post#4-071:
วันนี้ผมอารมณ์ไม่สู้ดีนัก...เหตุเพราะเจอแต่เรื่องวุ่นวายที่เกิดจากการทำงานที่ไม่ละเอียดรอบคอบของทีมงาน

แต่ที่อารมณ์ไม่สู้จะดีน่ะ เป็นเพราะผมไม่พอใจตัวเองมากกว่า ที่ไม่ได้ตรวจสอบงานให้ละเอียดกว่านี้...ส่วนทีมงานน่ะ แม้ผมจะโกรธอยู่ไม่น้อย แต่ก็ทำใจได้ว่า ก็คงต้องปรับต้องจูนกันต่อไป

ต้องออกตัวก่อนครับ ว่าผมไม่ได้พูดเอาเท่...แต่ในฐานะของเจ้านายแล้ว,ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม, ผมก็ไม่อาจจะปฏิเสธความรับผิดชอบไปได้

...

ผมมักจะได้ยินน้องๆ แอบบ่นและนินทาเจ้านายอยู่บ่อยๆ...ประมาณว่า งานเจ้านายสบายจัง, เข้างานสายได้ ออกงานเร็วก็ได้, แค่สั่งๆ ไม่ต้องลงมือทำให้เหนื่อย, แถมได้หน้า (ผลงาน) ก่อนอีกด้วย, ฯลฯ

ขอแสดงความเห็นแบบไม่เข้าข้างนายนะครับ (เพราะปัจจุบัน ผมก็เป็นทั้งเจ้านายและลูกน้อง) ว่า จริงๆ แล้ว การเป็นเจ้านายนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่น้องๆ หลายคนเข้าใจ

จริงอยู่ที่นายอาจได้รับความชื่นชมเป็นคนแรก...หากว่า ผลงานที่น้องๆ ทำ แสดงผลลัพธ์ที่ดี

แต่ลองคิดในทางกลับกันบ้าง...ถ้าผลงานที่ออกมามันแย่ล่ะครับ...ไม่ใช่นายหรอกหรือครับ ที่จะต้อง "รับผิดชอบ" ก่อนใครๆ

แม้จะมีทั้งคำว่า "ผิด" กับ "ชอบ"...แต่ความหมายของ "รับผิดชอบ" นั้น มักหมายถึงเรื่องไม่ดีเสียล่ะมากกว่าครับ

...

บางคนอาจจะแย้งว่า ไม่จริง, เพราะเจ้านายโยนความผิดให้ทุกที ส่วนเวลาดี นายก็ได้หน้า

ถ้าเจอนายแบบนี้, ผมแนะนำว่า อย่ามัวแต่ติฉิน, นินทา หรือต่อว่าลับหลัง อยู่เลยครับ...เพราะมันไม่ได้ทำให้ชีวิตของเราและเจ้านาย (ห่วยๆ แบบนั้น) ดีขึ้น

สู้เอาเวลาไปแสวงหางานใหม่, นายใหม่ หรือองค์กรใหม่ จะดีกว่ามั๊ย?

...

ดังนั้น ก็ขอให้เห็นใจนายบ้างครับ ว่าระดับของความกดดันและความรับผิดชอบของบรรดาเจ้านายทั้งหลายนั้น ต่างจากน้องๆ ทีมงาน ค่อนข้างมากเหลือเกิน

หรือที่เราคุ้นเคยกันดีกับวลีที่ว่า "ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว" นั่นล่ะครับ

ส่วนท่านเจ้านายทั้งหลาย ก็ต้องเข้าใจน้องๆ ด้วยว่า พวกเค้าคงยังไม่อาจหยั่งซึ้งถึงความกดดัน และความรับผิดชอบที่นายๆ ต้องแบกรับเอาไว้แทนพวกเค้า ได้

...

ในเมื่อไม่มีทางที่เราจะอารมณ์ดีใส่กันได้ทุกวัน...ทั้งนายและน้องจึงต้องผลัดกันทำใจให้ร่มๆ ไว้บ้าง

วันไหนน้องๆ แรงมา...นายก็อาจจะต้องทำใจให้ "ไม่ถือสาหาความ" เสียบ้าง

แต่หากวันไหนที่นายอาจจะแรงไปบ้าง...ก็หวังว่าน้องๆ จะพยายาม "เข้าใจ" นายสักหน่อย

ต่างคนต่างก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน...จึงต่างย่อมจะสั่นไหวไปตามอารมณ์ของปุถุชนกันได้เป็นธรรมดา

...ยามมีอันต้องขุ่นข้องหมองใจกัน...ลองนึกถึงความสุขและความลำบากที่ฝ่าฟันร่วมกันมา...น่าจะดีกว่ามั๊ยล่ะ ตัวเธอร์ ^^...

#เธอเป็นไฟฉันจะเป็นน้ำ #ไม่มีรักไหนที่ดีทุกวัน #โกรธได้แต่อย่านาน #ง้อแล้วก็ยอมหน่อย

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...