Skip to main content

Post#2-86: รายทางระหว่างทริป#7

Post#2-86:
คราวนี้มาว่าต่อในเรื่องที่ผมค้างไว้วานนี้ครับ ข้อแตกต่างที่คนไทยเราน่าเอาเป็นแบบอย่างมากๆ ก็มีอยู่หลายเรื่อง

เรื่องแรก ก็คือเรื่องการนิยมชมชอบในการพูดความจริง (ซึ่งผมเล่าไว้ค่อนข้างเยอะแล้วใน Post#2-82)

หรือสรุปให้ชัดเจนอีกนิดก็คือ เค้าคิดยังไงก็พูดอย่างงั้น ซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง จนบางครั้งดูเหมือนจะตรงแบบ "ขวานผ่าซาก" ไปเลยก็มี

อย่างพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่ง โทรมาจะขอลางานน้องสาวผม เค้าให้เหตุผลว่า เมื่อคืนไปดื่มมาหนัก เลยคิดว่าจะมาทำงานไม่ไหว ส่วนถ้าเป็นบางคนของบ้านเรา ก็จะบอกว่า ปวดหัว ปวดท้อง

เรื่องที่สอง ก็คือเรื่องระเบียบวินัย

ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดเจนมากกับเรื่องการใช้รถใช้ถนน เลนซ้ายสุดหรือขวาสุดที่เป็นไหล่ทาง จะไม่มีรถคันไหนเข้าไปวิ่ง ไม่ว่ารถจะติดสาหัสยังไง หรือที่จอดรถที่มีป้ายบอกว่า เป็นของ Disable ยังไงก็ไม่มีคนร่างกายสมประกอบไปแอบอ้าง

หรือถ้าขับอยู่เลนขวา ยังไงเค้าก็จะเลี้ยวขวา ไม่มีการมาปาดข้ามเลนให้เสียอารมณ์

เรื่องที่สาม คือเรื่องของการตรงต่อเวลา

ที่ผมเจอมาก็คือไปซื้อของที่ Apple Store แม้จะไปก่อนเวลาเปิดเล็กน้อย พนักงานทุกคนยืนพร้อมขายแล้ว แต่ก็ไม่อนุญาตให้ลูกค้าเข้าพื้นที่จนกว่าจะถึงเวลาเปิด และลูกค้าทุกคนก็เข้าแถวหน้าร้านรอเวลาเป็นอย่างดี

หรือลูกค้าโทรมาสั่งอาหารช่วงที่น้องสาวผมพักเบรคช่วงบ่าย อธิบายสั้นๆ ว่าตอนนี้พักเบรค เดี๋ยวโทรมาใหม่ได้มั๊ย ลูกค้าก็เข้าใจไม่งอแง

เรื่องที่สี่ ก็คือ ประเทศนี้มีอาณาบริเวณกว้างขวางซะเหลือเกิน จึงเอื้อให้ที่อยู่อาศัย, พื้นที่ร้านค้า หรืออาคารสถานที่ต่างๆ มีขนาดใหญ่จนเกินเชื่อ ต่างจากประเทศญี่ปุ่นแบบคนละขั้ว

ที่จอดรถก็กว้างขวาง ขนาดตีวงรถเอาหน้าเข้าจอดได้อย่างสบาย ไม่ต้องลำบากถอยรถเข้าซองให้เสียเวลา

ความใหญ่โตมโหราฬอลังการงานสร้างนี้ เลยไปถึงเรื่องอาหารด้วย...

เมื่อก่อนผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมคนที่นี่ถึงมี Body Size ที่ใหญ่กว่าคนประเทศอื่นในรายเฉลี่ย

ต่อเมื่อมาเห็นปริมาณอาหาร 1 portion ที่เค้ากินกันแล้ว ก็ต้องบอกว่าหายสงสัย เพราะ 1 portion ที่ว่า บ้านเราอาจจะแบ่งกันกินได้ 3-4 คนเป็นอย่างน้อย O_o"

เรื่องที่ห้า คือเรื่องที่ประเทศนี้ เปิดโอกาสให้ทุกคนจริงๆ

เรียกว่า ใครขยันก็ได้ไป ไม่มีการมากีดกันว่า เป็นคนต่างชาติจะทำนั่น นู่น นี่ ไม่ได้ เพียงแต่ก็จะมีการกำหนดชัดถึงสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ของ Citizen และ Alien ไว้อย่างชัดเจนเท่านั้น (รายละเอียดเพิ่มใน Post#2-83)

อืมม...สำหรับเรื่องที่สี่นี่ บ้านเราคงเลียนแบบได้ยากซักหน่อย แต่เรื่องอื่นๆ นี่ ถ้าบ้านเราเอาแบบอย่างจากพวกเค้าได้...

รับรองว่าประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้มากกว่าเดิมเยอะครับ -_-

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...