Skip to main content

Post#2-89: พระผู้เป็นดวงหทัยของทวยราษฎร์

Post#2-89:
เมื่อวันพ่อปีที่แล้ว ผมโชคดีที่ฝันถึงพระองค์ท่าน และได้แชร์ความโชคดีนี้ไว้ ผ่านทาง Post#89

ช่วงนี้ ข่าวที่พสกนิกรชาวไทยเฝ้าติดตามทุกวัน คงไม่พ้นการเฝ้าติดตามพระอาการของพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า ทรงเป็นดวงใจของคนทั้งชาติจริงๆ

ผมได้แต่ทึ่งกับข่าวที่มีหลายๆ ท่านเดินทางไกลด้วยวิธีการต่างๆ จากที่ที่แสนไกล เพื่อเป็นการบำเพ็ญวิริยบารมีถวายแด่พระองค์ท่าน และได้กำหนดจิตร่วมอนุโมทนากับท่านผู้บำเพ็ญบารมีทั้งหลายอยู่เสมอ

ส่วนตัวผมเองก็เหมือนกับคนไทยส่วนใหญ่ ที่อาศัยอฐิษฐานบารมีกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยหวังว่าคำอฐิษฐานทั้งหลายจะเป็นพลังหนุนส่งให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ และทรงหายจากอาการประชวรโดยเร็ว

...

โดยส่วนตัวแล้ว ผมใกล้ชิดกับพ่อมากกว่าแม่ และผมซึมซับถึงความรักและห่วงหาอาทรที่ท่านมีให้ผมอยู่เสมอตั้งแต่เล็ก จนกระทั่งผมเข้าใกล้ดอนเมืองไปเรื่อยๆ พ่อก็ยังคงให้ความอาทรผมอย่างไม่เสื่อมคลาย

จนวันที่ผมเป็น "พ่อคน" ผมยิ่งรักพ่อและแม่เป็นร้อยเป็นพันเท่า เข้าใจได้ถ่องแท้ว่า "รักบริสุทธิ์" เป็นแบบไหน อย่างไร, เข้าใจได้เลยว่า การยอมตายแทนใครสักคน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงๆ

ความรักของพ่อและแม่ที่มีให้กับลูก ช่างยิ่งใหญ่มากนัก ที่ร้องๆ กันในเพลง "ใครหนอ" นี่ ผมว่ามันจริงอย่างที่สุดจริงๆ

...

ผมมีลูกสาวแค่คนเดียว และผมก็รักและห่วงใยเค้าสารพัด ยามลูกสาวป่วย คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ยามลูกยิ้มเบิกบาน ใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ยิ่งเบิกบานกว่าอีกหลายเท่า, นี่ยังไม่นับตอนที่ต้องเลี้ยงดูอุ้มชูอีกมาก กว่าที่เค้าจะพอช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง

และแค่มีลูกคนเดียว ยังต้องใช้พลังกายและพลังใจมากขนาดนี้...แต่พระองค์ท่านมีลูกหลานชาวไทยให้ทรงต้องห่วงใยและดูแลเกินกว่า 65 ล้านคน

ให้ลองจินตนาการดูว่า พระองค์ท่านจะต้องทรงทุ่มเทพระวรกายและพระกำลังพระทัย ด้วยพระวิริยะอุตสาหะมากเพียงไหนกัน?

สารภาพว่า ผมจินตนาการไปไม่ถึงจริงๆ กับพระราชภาระอันใหญ่หลวงและหนักอึ้งที่ทรงดูแลชาวไทยมาเกือบๆ จะ 70 ปี ทรงต้องผ่านช่วงโทมนัสมากี่ครั้งกี่หนกันนะ กว่าจะช่วยให้ลูกหลานคนไทยผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆ มาได้นับครั้งไม่ถ้วน

คนไทยที่แท้จริงคงตอบตัวเองได้ว่า ทำไมเราจึงรักในหลวง? ทำไมเราต้องนำ้ตารื้นทุกครั้งที่ได้ยืนถวายความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี? ทำไมเราจึงพร้อมใจกันพูดคำว่า "ทรงพระเจริญ" ในทุกๆ โอกาสที่เราได้เฝ้าชมพระบารมี?

...

ในโอกาสนี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกำหนดจิตอธิษฐาน วิงวอนต่อคุณพระศรีรัตนตรัย ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ได้โปรดอำนวยพรให้พระองค์ท่านทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง และทรงมีแย้มพระสรวลปรากฏอยู่บนพระพักตร์อยู่เป็นนิรันดร์

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม...ข้าพระพุทธเจ้า คนไทยที่รักและเทิดทูนในหลวงตราบชีวิตนี้จะหาไม่

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน...ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม...ขอเดชะ

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...