Skip to main content

Post#2-95: ศรศิลป์ไม่กินกัน

Post#2-95:
เคยได้ยินสำนวนที่ว่า "ศรศิลป์ไม่กินกัน" มั๊ยครับ?

ลองแปลความหมายนี้โดยไม่เปิดพจนานุกรมหรือเช็ค google ดูนะครับ ให้เวลาคิด 3 นาทีครับ

...

ผมเชื่อว่า เกือบทุกคน น่าจะตอบว่า "คน 2 คนที่ไม่ลงรอยกัน หรือไม่ถูกกัน" ซึ่งผมเองก็อยู่ในข่ายที่ว่า แต่ความหมายที่แท้จริง แปลว่า "คน 2 คน ที่ต่อสู้กัน แต่ต่างฝ่ายต่างทำอะไรกันไม่ได้" ต่างหาก

เรียกว่า เราต่างก็ใช้สำนวนนี้ด้วยความหมายผิดๆ กันมานาน จนความหมายที่ผิดๆ นั้น กลายเป็นความหมายที่ถูกไปซะอย่างนั้น

ต่อให้ผมนำความหมายจริงมาบอกแล้วก็ตาม ก็ไม่อาจลบล้างความหมายที่เราใช้กันผิดๆ มาอย่างยาวนานได้ง่ายๆ

...

เรื่องบางเรื่องในชีวิตการทำงานเอง ก็ไม่ได้ต่างจากสำนวนที่แปลความหมายที่ผิดพลาด...

บ่อยครั้งเราจึงต้องเผชิญกับเหตุผลที่เจ้านาย, ลูกน้อง หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานของเรา ที่ว่า "ใครๆ เค้าก็ทำกัน" (ซึ่งผมเคยคุยให้ฟังแล้วใน Post#98)

ถ้าสิ่งที่ใครๆ เค้าก็ทำกัน เป็นสิ่งที่ดีที่งาม ต่อให้เป็นสิ่งที่ขัดกับหลักนิติธรรม แต่เป็นสิ่งดีงามตามหลักศีลธรรม ก็ทำตามเค้าไปเถอะครับ

แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผมมักจะได้ยินประโยค "ใครๆ เค้าก็ทำกัน" ก็ในตอนที่กำลังมีสิ่งที่ไม่ค่อยจะถูกต้องเกิดขึ้นซะล่ะมากกว่า

...

ไม่สำคัญที่ว่า สิ่งที่ "ใครๆ เค้าก็ทำกัน" เกิดขึ้นแล้วมานานเท่าไหร่ แต่สำคัญที่ว่า เราจะปล่อยให้สิ่งที่ "ใครๆ เค้าก็ทำกัน" ดำเนินต่อไปอีกนานเท่าไหร่ต่างหาก

ผมคิดว่า มันอยู่ที่เรา ว่าจะเลือกทำในสิ่งที่ถูกที่ควร หรือจะเลือกทำสิ่งที่ผิด ที่ "ใครๆ เค้าก็ทำกัน"...สิ่งที่คนหมู่มากรู้ทั้งรู้ว่า กำลังทำให้ "สิ่งที่ผิด" กลับกลายเป็น "สิ่งที่ถูก" เป็นทางเลือกที่เราควรเดินตามจริงๆ รึเปล่า?

จะมีทางใดบ้างมั๊ย ที่เราจะสามารถเปลี่ยนสิ่งผิดที่ "ใครๆ เค้าก็ทำกัน" ให้กลายเป็นสิ่งที่ "ใครๆ เค้าก็ไม่ทำกัน"?

คำตอบสำหรับผมมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือ...เราต้อง "ลงมือ" ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่มัวแต่ "พูด" หรือ "รณรงค์" เพราะมันเปลี่ยนสิ่งใดไม่ได้

บางคนอาจนึกในใจว่า "โหย แล้วจะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ กว่าจะเปลี่ยนให้ "ดำ" เป็น "ขาว" อีกทีล่ะเนี่ย?"

ก็มาช่วยกันทำตั้งแต่วันนี้มั๊ยล่ะครับ คนละไม้คนละมือ ยิ่งมีคนทำสิ่งที่ถูกได้มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้สิ่งผิดๆ ที่ "ใครๆ เค้าก็ทำกัน" จะกลายเป็นสิ่งที่ "ใครๆ เค้าก็ไม่ทำกัน" ได้เร็ววันขึ้น

หนทางแห่งความถูกต้องนั้นยากเสมอล่ะครับ...มาช่วยกันนะครับ >_^

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....