Skip to main content

Post#2-243: เวทีที่ใหญ่ขึ้น

Post#2-243:
เมื่อสักครู่นี้เอง ผมพึ่งไปประชุมกับเพื่อนมา ถึงแนวคิดทึ่จะขยายตลาดไปสู่ระดับ AEC

ว่ากันตามจริง เวลานี้ คนที่ทำธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้มองแค่ตลาดประเทศไทยเพียงเท่านั้นอีกต่อไปแล้ว หากแต่กำลังขยับไปมองตลาดที่ชื่อว่า AEC อย่างที่ผมเคยชวนคุยมาหลายครั้ง

ขนาดตลาดที่ขยายขึ้นมากกว่า 10 เท่า ย่อมมีความเย้ายวนและคุ้มค่าที่เราจะต้องหันมาวางกลยุทธ์อย่างจริงจังกันได้แล้วครับ

...

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ size ไหนก็ตาม หากไม่เคยมีประสบการณ์ในต่างแดนมาก่อน ล้วนไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบมากน้อยไปกว่ากัน

กุญแจสำคัญของการก้าวไปสู่ AEC นอกเหนือไปจาก Market Potential ของสินค้า และ Strategic Plan แล้ว ยังต้อง find the right partner อีกด้วย

เหมือนที่ผมเคยแชร์ไว้ใน Post#2-156 ว่านอกจากเราจะต้องมี Know How แล้ว เราจำเป็นจะต้องมี Know Who ที่ดีเลิศด้วย

สำหรับเวทีที่เราคนไทยน่าจะไปแข่ง จึงควรเป็นเวทีที่เรามี Competitive Advantage เหนือกว่าชาติที่แข็งแกร่งกว่าเรา (สิงคโปร์, มาเลเซีย และบรูไน)

ถามว่าเราขะเอาชนะชาติที่เจริญกว่าได้ยังไง?

ก็ตอบแบบกำปั้นทุบดินนี่แหละครับ ว่าก็อยู่ตรงที่เราเข้าใจ CLMV ได้ดีกว่าพวกเค้าแน่ๆ อีกทั้งเราก็ยังมีความคล้ายคลึงในด้านขนบธรรมเนียมและความชอบหลายๆ อย่าง มากกว่า

ที่สำคัญชาว CLMV มีความคุ้นเคยกับเรามากกว่าชาติอื่นๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เมื่อเราเข้าใจคนของ CLMV ได้ดีกว่า เราจึงน่าจะ apply ความเข้าใจคนให้เข้ากับแผนธุรกิจของเราได้ดีกว่า ("น่าจะ" นะครับ ไม่ใช่ "แน่ๆ")

...

ถ้ายังไม่เคยคิดถึงตลาดนี้มาก่อน...แม้เริ่มต้นตอนนี้จะสายไปซักหน่อยก็ตาม แต่ผมว่า ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะมาลองแบบจริงๆ จังๆ กับ AEC

มาช่วยกันให้พวกเราคนไทยไปปักธงรบบนเวทีระดับนานาชาติกันเถอะครับ ^^

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...