Skip to main content

Post#2-250: วิญญาณบูชิโดที่ถูกเหยียบย่ำ

Post#2-250:
วันนี้ผมมีโอกาสได้ประชุมกับคู่ค้าชาวเกาหลี เกี่ยวกับเรื่องการลดต้นทุนสินค้า

ที่ทำให้ผมแปลกใจอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ว่าจะอธิบายให้เค้าฟังยังไงก็ตาม ว่าอยากให้เค้าเปลี่ยนโรงงานผลิตเนื่องจากต้นทุนโรงงานใหม่ถูกกว่า เค้าก็ยังยืนยันว่า เค้าไม่ต้องการเปลี่ยน เพราะเริ่มสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นี้มาพร้อมกับโรงงานเดิม

ปกติ ผมมักจะเห็นวิญญาณบูชิโดแบบนี้ในคนญี่ปุ่น จึงออกจะแปลกใจมากที่ได้เห็นวิญญาณแบบเดียวกันนี้ในคนเกาหลี

เค้าเสี่ยงมากกับการที่จะถูกยกเลิก order เพราะไม่สามารถลดต้นทุนได้ แต่กระนั้นเค้าก็ยืนยันว่าจะขอเลือกโรงงานเดิมให้ผลิตสินค้าต่อไป แม้จะไม่สามารถลดต้นทุนได้ก็ตาม...ไม่ว่าจะยังไงเค้าก็ขอให้เราเห็นแก่คำมั่นสัญญาที่เค้ามีกับโรงงานเดิม

...

ว่ากันตามจริงแล้ว หากการเลือกหนทางบูชิโดของเค้าไม่ได้กระทบอะไรกับเรา (ในฐานะลูกค้า) คงเป็นเรื่องที่น่ายกย่องและน่าชื่นชม แต่การยืนกรานที่จะใช้โรงงานเดิมทั้งๆ ที่เราแนะนำโรงงานใหม่ที่ถูกกว่าให้ เค้าก็ยังไม่ต้องการ...แบบนี้ผมก็นึกไม่ออกว่า เค้าอยู่บน logic อะไรกันแน่?

...

ในขณะที่บางคนยึดถือคุณธรรมน้ำมิตร แต่อีกคนกลับใช้ความเชื่อมั่นในความเป็นมิตรแท้นั้น มาหลอกลวงบางคนที่ว่าได้อย่างต่ำช้า...ไม่ได้ต่างอะไรจากชาวเกาหลีที่ถูกโรงงานเดิมโก่งราคามานาน ท่านนี้...นับเป็นวิญญาณบูชิโดที่ถูกเหยียบย่ำโดยแท้

มันคือความจริงที่แสนเศร้าที่ว่า คนบางคนก็ทำให้โลกนี้เลวร้ายเกินกว่าที่ควรจะเป็น และที่น่าเสียใจก็คือ คนที่ใช้คำว่า "มิตรภาพ" เป็นเกราะซ่อนความชั่วร้ายเอาไว้ภายในนั้น มีมากเหลือที่จะนับได้

ใช่ว่าผมจะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเองจนต้องการให้ชาวเกาหลีเลือดบูชิโดท่านนี้ "หักหลัง" โรงงานเดิม หากแต่ผมนึกไม่ออกเอาซะจริงๆ ว่า เค้าไม่รู้สึกเลยหรือ ว่าที่จริงแล้วโรงงานเดิมต่างหากที่ "หักหลัง" เค้ามาตั้งแต่เริ่มต้น

ผมนั่งทบทวนเรื่องนี้อยู่นาน และยังคงตอบตัวเองได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก ว่าเมื่อเราพบความจริงว่า เพื่อนหลอกใช้เราไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน เราจะยังเลือกเข้าข้างเพื่อนโดยไม่ลืมหูลืมตาหรือไม่

เราทำถูกแล้วใช่มั๊ยที่เลือกเข้าข้าง "เพื่อน" มากกว่า "ความถูกต้อง"?

แต่ "เพื่อน" แบบไหนกันนะ ที่ใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เรามีให้ ไปใช้เป็นเครื่องมือในการเสาะหาประโยชน์ให้กับตัวเอง โดยไม่สนใจเลยว่าเราจะถูกคนอื่นมองยังไง

...

แน่นอนว่า เป็นพ่อค้าต้องเห็นแก่กำไร แต่ก็ใช่ว่าจะเห็นแต่กำไรจนไม่เห็นความสำคัญของสิ่งอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์

ขอสรุปทิ้งท้ายแบบดุเดือดนิดๆ ไว้เตือนใจคนค้าขายทั้งหลายว่า "มนุษย์ที่สวมชุดพ่อค้า" นั้น ต่างจาก "พ่อค้าที่สวมชุดมนุษย์" นะครับ

กำไรจากเลือดเนื้อและน้ำตาของคนอื่นนี่ สวรรค์สาปแช่งและนรกสาปส่งแน่ๆ ครับ -"-

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...