Skip to main content

Post#4-137: Super 10

Post#4-137:
ช่วงนี้ผมกำลังติดรายการ Super 10 ที่ฉายทางช่อง WorkPoint TV (แน่นอนว่าผมดูผ่าน Youtube)

รายการนี้เป็นรายการใหม่ ที่ให้เด็กๆ ตั้งแต่เด็กเล็กมากๆ จนไปถึงเด็กโตประมาณ 11-12 ปี มาแสดงความสามารถ แลกกับของรางวัล ซึ่งเด็กๆ จะเป็นผู้กำหนดเอง (ทางรายการเรียกของรางวัล ว่า "ความฝัน")

ผู้ดำเนินรายการ คือ "พี่ซุปฯ" ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของรายการเด็กไปแล้ว ก็ทำหน้าที่ได้ดี มีอารมณ์ร่วมและมีแง่คิดสอนเด็กๆ ได้น่าสนใจ

เด็กๆ ต้องแสดงความสามารถเพื่อเรียกคะแนน 2 ใน 3 จากกรรมการ ซึ่งมี 3 ท่าน คือ ครูเงาะ, คุณตั๊ก บริบูรณ์ และคุณเสนาหอย...รวมๆ แล้ว ก็เรียกรอยยิ้มได้ดีจัง

...

ที่ผมชอบดูก็เพราะเด็กๆ นั้น น่าเอ็นดูเหลือหลาย และเด็กอีกหลายคนก็เก่งกาจจนผมอดทึ่งและเปรียบเทียบไม่ได้ว่า ตอนอายุเท่าพวกเค้า ผมทำอะไรอยู่หนอ?

อย่าง "น้องพี" จอมแม่นคาน ที่กลายเป็นคนดังระดับ 10 ล้าน view...ก็คือหนึ่งในเด็กอัจฉริยะที่มาออกรายการนี้

ต้องบอกว่า ความสามารถของน้องพี และความสามารถของเด็กบางคนนั้น บ่งชี้ได้ชัดเจนว่า "เด็กไทย" เก่งไม่แพ้เด็กชาติอื่นๆ...เรียกว่า ความสามารถอยู่ในระดับ "อัศจรรย์" ก็ว่าได้

...

ส่วนมากเด็กๆ มาออกรายการ ก็เพื่อมาล่าของเล่นให้ตัวเอง...ซึ่งก็คิดได้เหมาะสมกับวันดี

แต่ก็มีหลายๆ คน ที่มาออกรายการเพื่อทำให้ "ความฝัน" ที่ต้องการให้ชีวิตของคนในครอบครัว "ดีขึ้น"

การที่เด็กๆ คิดถึง "ครอบครัว" มากกว่าตัวเองนั้น...ผมคงต้องชมวิธีคิดของเด็กเอง รวมไปถึงวิธีการเลี้ยงดูของครอบครัว ด้วยเช่นกัน

...เด็กที่มีความสามารถนั้น อยู่ในระดับ "น่าชื่นชม"...ส่วนเด็กที่มีความสามารถพร้อมกับน้ำใจนั้น "น่ายกย่อง" จริงๆ ครับ...

#มีลูกเก่งน่าชื่นชม #แต่มีลูกดีน่ายกย่อง #ความสามารถน่าปรบมือ #แต่หัวใจน้องมันน่ากราบ #ชื่นชมWorkPoint

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....