Skip to main content

Post#4-144: ความชำนาญที่อาจเป็นหายนะ

Post#4-144:
หนึ่งในข้อควรระวังสำหรับใครก็ตามที่ทำอะไรซ้ำๆ อยู่บ่อยๆ ก็คือ "ความเคยชิน"

แม้ว่า "ความเคยชิน" ที่ว่า อาจจะนำไปสู่ความชำนาญหรือความคล่องแคล่วได้ก็ตาม...

แต่หากคนที่ทำงานนั้น ทำแบบขอไปที เพียงเพื่อให้งานเสร็จ...ก็จะได้แค่ความรวดเร็วในการทำงาน

หากทำงานเพียงแค่ให้เสร็จ โดยไม่มีการเฉลียวคิดถึงหนทางที่จะปรับปรุงงานให้ดีขึ้นแล้วล่ะก็...ถ้าจะเรียกว่า "ทำงานไปวันๆ" ก็คงไม่แรงเกินไป กระมังครับ?

...

หากเราได้รับมอบหมายให้ทำงานอะไรก็ตามที่มีลักษณะเป็นงาน Routine...อันดับแรก จึงควรเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนว่า เป้าหมายของงาน Routine นั้น คืออะไร?

เมื่อรู้เป้าหมาย แล้วจึงค่อยกำหนดขั้นตอนทำงานขึ้นมา...แรกๆ อาจจะยังไม่ลงตัวนัก แต่ก็จะดีขึ้นและเก่งขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

แค่นี้ใครๆ ก็ทำได้...และแปลว่า ถ้าเราทำแค่นี้ เราก็เป็นได้แค่พนักงานทั่วไปนั่นเอง

ดังนั้น เราจึงน่าจะทำบางอย่างเพิ่มขึ้น!

...

บางอย่างที่ว่า ก็คือ การปรับปรุง

หลังจากกำหนดขั้นตอนแล้ว ก็ต้องลงมือทำ...เมื่อลงมือทำ ต้องคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลา ว่าทำแล้ว ผลลัพธ์ยังตรงเป้าหมายอยู่มั๊ย?

ถ้ายังตรงเป้าหมายอยู่ แล้วจะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้มั๊ย?

...

วางแผนแล้วทำ ทำแล้วสังเกต สังเกตแล้วก็ปรับปรุง ปรับปรุงแล้วก็ทำแผน ทำแผนเสร็จก็ลงมือทำ...วนไปแบบนี้

ฟังดูเหมือนง่าย เพราะใครๆ ก็รู้...แต่ที่ยากก็คือ ทุกคนที่รู้ นั้นไม่ใช่ทุกคนที่ทำ

แปลว่า ถ้าเราลงมือทำจริง เราก็มีโอกาสเหนือกว่าคนอื่นทั่วไป...มันง่ายแบบนั้นจริงๆ ครับ

แต่ที่ยากน่ะ คือการเอาชนะใจตัวเอง ให้ลุกขึ้นมาทำ ต่างหาก

...

การที่เราทำอะไรซ้ำๆ บ่อยๆ จึงอาจก่อให้เกิด "ความชำนาญ"

เมื่อเราชำนาญในรูปแบบเดิมแล้ว จึงทำให้เกิด "ความเคยชิน"

แต่เมื่อเราเคยชินโดยไม่ติดปรับปรุงแล้ว...ความเคยชินที่ว่า ก็อาจนำเราไปสู่ความหายนะ ที่ชื่อ "ความดักดาน"

และความดักดานที่ว่า เราจะพบกับมันได้แน่นอน ใน "Comfort Zone"

...

ไม่ผิด...ที่เราจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งจนเกิดเป็นความคุ้นเคยกับงาน...กลายเป็นความเชี่ยวชาญของเรา

แต่จงอย่าพอใจกับความเชี่ยวชาญที่มี จนละเลยการปรับปรุง...ต้องคอยเตือนตัวเอง โดยไม่เผลอไผล

จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Kodak ได้มั๊ยครับ? ไหนจะ Nokia อีกล่ะ?

...เก่งแค่ไหน ใหญ่แค่ไหน ก็ยังล้มได้ จะเพราะอะไรล่ะครับ...ก็เพราะมัวแต่ "ดักดาน" อยู่ใน Comfort Zone นั่นไง...

#ComfortZoneคือหายนะของชีวิต #อย่ามัวหลงระเริงกับความสำเร็จในมือ #เคยชินได้แต่อย่าให้ถึงกับดักดาน #ความเคยชินหนึ่งเดียวที่ควรมีก็คือความเคยชินกับการปรับตัว

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...