Skip to main content

Post#4-143: สับสนทาง Line

Post#4-143:
ใครที่ใช้ Line อยู่ คงประสบปัญหาคล้ายๆ กับผมอยู่บ้าง...นั่นก็คือ ถูกชวนเข้ากลุ่มนั้น นู้น นี้ เยอะมาก ^^

โดยมากก็เป็นกลุ่ม chat เรื่องสัพเพเหระทั่วๆ ไป...แต่ก็มีไม่น้อยเลย ที่เราใช้ Group Line ในการคุยกันเรื่องงาน

แล้วก็บ่อยครั้งเหลือเกิน ที่เราดันส่งข้อความไปผิดกลุ่ม...ส่งรูปหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมที่ตั้งใจจะคุยกันในกลุ่มเพื่อน ไปเข้า Group Line ที่คุยกันเรื่องงาน

สำหรับใครที่โชคดีมากหน่อย...กลุ่มที่ว่า ก็มักจะมีเจ้านายอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย

งานเข้า!

...

แม้จะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่มักจะพูดถึงบุคคลที่ 3 ในยามลับหลัง (ภาษาชาวบ้าน เรียกว่า "นินทา" นั่นล่ะครับ)...แต่ผมคิดว่า บางทีการใช้ chat เป็นสื่อ อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลย

บ่อยครั้งที่มีการ cap หน้าจอ แล้วก็กลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่อาจทำให้ "ความซวย" มาเยือนเราในภายหลัง

ดังนั้น ถ้าคิดจะนินทาหรือ "เม้าส์" ใคร จนทนไม่ได้...ไปเจอกันต่อหน้า น่าจะดีกว่าครับ ^^

...

สำหรับใครที่เผลอส่งไปผิดกลุ่ม แล้วรู้สึกตัวทัน...ให้เปลี่ยนเป็น Flight Mode อย่างไวครับ หลังจากการส่งข้อความนั้น failed แล้ว เราก็รีบลบออกเสีย

แต่ถ้าเลือกได้ ก็จงอย่า "คุยงาน" พร้อมกับ "คุยเล่น"...น่าจะเป็นการดีที่สุด

กฎหมายให้สิทธิ์นายจ้าง ให้เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ได้นะครับ...หากนายจ้างพบว่า เราใช้เวลางานไปกับ Social Network ทั้งหลาย

...

แล้วถ้าใครโดนให้ออกจากงานเพราะเหตุส่งข้อความไปผิดกลุ่ม หรือโดนนายจับได้ว่า มัวแต่ chat ในเวลางาน ล่ะก็...

อย่าเผลอไปตำหนินายจ้างกับใครต่อใคร ว่านายใจร้าย ใจดำ หรือบริษัทลงโทษรุนแรงเกินเหตุ ไปล่ะครับ

...เพราะเราจะกลายเป็นคนที่ดู "น่าสมน้ำหน้า" เสียล่ะมากกว่า

...แล้วก็ควรจำใส่ใจไว้ว่า ก่อนจะตำหนิว่า คนอื่นไม่มีหัวใจ ต้องสำรวจตัวเองว่า ทำอะไรไม่ใช้สมอง ไปรึเปล่าหนอ?...

#ตั้งสติก่อนchat #นินทาแต่พองาม #ใช้appให้เป็นไม่ใช่ให้เป็นทาสapp #lineเยอะจนตาลาย

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....