Skip to main content

Post#4-274: ล้มเหลวได้...แต่อย่าล้มเลิก

Post#4-274: ล้มเหลวได้...แต่อย่าล้มเลิก
เคยสงสัยบ้างมั๊ยครับ ว่าเราเป็นพวกเอา "ข้อจำกัด" มาเป็นข้ออ้างในการทำงานไม่สำเร็จรึเปล่า?

ถ้าใช่, เราอาจจะต้องรีบเปลี่ยนวิธีคิดโดยด่วนเลยล่ะครับ...

ไม่งั้นชีวิตที่เหลืออยู่ของเรา จะมีแต่ "ความล้มเหลว" เป็นสัญลักษณ์

...

เราถามตัวเองบ้างมั๊ยหนอ...ว่าความล้มเหลวที่พึ่งผ่านไปนั้นน่ะ เราเรียนรู้อะไรจากมันบ้าง?

เรามักโทษว่าเป้าหมาย "ยาก"...ทั้งๆ ที่เราอาจยังไม่ได้ลงมือทำอย่างเต็มที่เสียด้วยซ้ำ

ถ้าคิดว่าเป้าหมายนั้นเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรก แล้วเรากำหนดมันขึ้นมาทำไมกันหนอ?

บางคนอาจจะบอกว่า เราไม่ได้เป็นคนตั้ง แต่นาย "สั่งมา"...

งั้นคงต้องถามตัวเองอีกที ว่าก่อนจะรับ "เป้าหมาย" ไม่ได้คุยกันเรื่องวิธีทำให้บรรลุผลก่อนหรอกหรือ?

...

แม้ว่า การล้มเลิกเป้าหมายกลางคัน อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายๆ เหตุ-ปัจจัย ก็ตาม...

แต่ใครก็ตามที่ล้มเหลวกับทุกเป้าหมายที่กำหนดขึ้นหรือได้รับมา...ก็น่าจะเป็น "ตัวชี้วัด" ได้ชัดเจนแล้วกระมังครับ?

ก็เพราะ "คนขี้แพ้" นั้น มองเห็นปัญหาในทุกๆ เป้าหมายที่จะต้องพิชิต...ส่วนผู้ชนะ จะมองเห็นหนทางในทุกๆ ปัญหาที่ต้องเผชิญ

...

โดยสรุปแล้ว เป้าหมายจึงมีไว้ให้พิชิต...ไม่ได้มีไว้ทดท้อหรือล้มเลิก

ถ้าเรามั่นใจว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้นั้น ดีแล้ว, ถูกต้องแล้ว และใช่แล้ว...เราจึงควรต้องหาหนทางพิชิตมันให้ได้ ไม่ว่าจะล้มเหลวมาแล้วสักกี่ครั้ง!

ผมยืนยันว่าเราจะยังไม่ "ล้มเหลว" อย่างเป็นทางการ...ตราบใดก็ตามที่เรายังไม่คิดจะ "ล้มเลิก" เป้าหมายนั้นๆ

...

ถ้าเรามีนิสัยแบบนี้...เราต้องรีบ "ปล่อย"

ถ้าเรามีลูกน้องแบบนี้...เราต้องรีบ "ปรับ"

และถ้าเรามีเจ้านายแบบนี้...เราต้องรีบ "เปลี่ยน"

...หนึ่งในวิกฤตที่สุดของชีวิต ก็คือการเป็น "คนขี้แพ้" หรือคลุกคลีอยู่กับ "พวกขี้เแพ้" นั่นเองครับ...

#NoteToSelf: 

  • ล้มเหลวได้...แต่อย่าล้มเลิกง่ายๆ
  • ล้มเหลวแล้วต้องเรียนรู้...ถ้าล้มเหลวแบบเดิมๆ ก็ต้องหันมาโทษตัวเองแล้วล่ะ
  • คนขี้แพ้ชอบเปลี่ยนเป้าหมาย แต่ยึดติดกับวิธีทำงาน...ส่วนผู้ชนะยึดมั่นในเป้าหมาย และยินดีค้นหาวิธีทำงานที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....