Skip to main content

Post#4-282: ท้องฟ้าหลังพายุ

Post#4-282:
หัวค่ำนี้ ผมมีนัดมาทานข้าวกับเพื่อนรุ่นพี่และเพื่อนที่รักกันมาก...ซึ่งไม่มีประเด็นอะไรคุยมากไปกว่าแค่ update ชีวิตกันและกัน

ทั้งเพื่อนผมและเพื่อนรุ่นพี่ ต่างก็ผ่านความเหนื่อยยากกันมามากพอควรแล้ว...ตอนนี้ก็เรียกได้ว่า semi-retire กลายๆ

ดังนั้น เรื่องที่คุยกันส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องเดือนนี้จะไปเที่ยวที่นั่น เดือนหน้าจะไปเที่ยวที่นี่...แล้วก็ต่างชักชวนกันให้วุ่นวาย

...

ผมฟังไปก็อมยิ้มไป...ไม่ได้มีความอิจฉาเลยครับ ได้แต่ยินดีและดีใจที่เพื่อนทั้งสองคนมีชีวิตที่ดีจัง...หลังจากผ่านความเหนื่อยยากมายาวนานอย่างที่ว่า

และผมเองก็ยึดเพื่อนทั้งสองคนนี้ เป็น Role Model ที่ผมจะศึกษาเส้นทางการต่อสู้และการใช้ชีวิต มาปรับใช้กับตัวเองบ้าง

เอาจริงๆ ก็คือเพื่อนทั้งสองคนนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้กับผมมากเหลือเกิน...อีกทั้ง เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ว่า...

"หากอดทนฟันฝ่าพายุไปได้...เราย่อมจะเจอฟ้าสดใสแน่นอน"

...

เรามักเข้าใจไปเอง ว่าคนที่ประสบความสำเร็จ คือคนที่เป็น "ผู้ชนะ" มาตลอด...

ซึ่งวันหนึ่งที่เราตั้งใจศึกษาเส้นทางของคนที่ประสบความสำเร็จ...เราจะพบว่า มันไม่ใช่อย่างที่เราเข้าใจ

กว่าจะชนะ...พวกเค้าล้วนเคยแพ้พ่าย

กว่าจะยืนอย่างสง่าผ่าเผย...พวกเค้าเคยล้มลุกคลุกคลานมาไม่รู้กี่หน

กว่าจะยิ้มกว้างได้...พวกเค้าเคยร้องไห้มาแล้ว นับครั้งไม่ถ้วน

กว่าจะได้นั่งจิบกาแฟอย่างสบายใจได้ในทุกๆ เช้า...พวกเค้าล้วนเคยไม่มีแม้เวลาทานข้าว

...

เมื่อใครก็ตามที่ไม่เคยมีแม้สักขณะจิตที่จะ "ยอมแพ้" หรือ "ย่อท้อ"...ใครคนนั้นก็น่าจะคู่ควรกับคำว่า "สำเร็จ"

ที่น่าดีใจก็คือ "ใครก็ตาม" ที่ว่า...อาจเป็นคุณหรือผม หรืออาจเป็นใครก็ได้

ขอให้มุ่งมั่น, ขอให้ทุ่มเท, ขอให้ไม่รู้จักยอมแพ้หรือท้อถอย

ดังนั้น ต้องบอกตัวเองไว้ให้จงดี...ว่า ไม่ว่าพายุที่เรากำลังพยายามฝ่าออกไปจะหนักหนาสักเท่าไร...เราจะไม่ยอมแพ้

...เพราะตราบที่เราไม่ยอมแพ้...เราก็ย่อมจะมีโอกาสที่จะได้เจอท้องฟ้าอันสดใสที่ปลายทางอย่างแน่นอน...

#NoteToSelf: 

  • คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนไม่เคยผิดพลาด...เค้าแค่ไม่เคยก้มหัวให้กับความผิดพลาด ต่างหาก
  • คนที่ประสบความสำเร็จ รู้ดีว่า ไม่ว่าจะต้องผ่านความสาหัสอะไรก็ตาม...เค้าจะไม่มีวัน "ยอมแพ้"
  • ไม่แปลกที่เราอาจจะต้องผ่านความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนที่จะได้พบกับความสำเร็จในบั้นปลาย...สำคัญที่ว่า เราล้มเหลวแบบมีอนาคตหรือไม่?

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...