Skip to main content

Post#4-279: เลื่อนลอย

Post#4-279:
เรื่องหนึ่งที่ผมไม่ยอมปล่อยผ่านก็คือ...เมื่อพบว่าทีมงานไม่เข้าใจในเรื่องที่รับผิดชอบอยู่

เป็นต้นว่า ทำแผนงานมาเสนอโดยไม่สามารถตอบผมได้ว่า ทำไปเพื่ออะไร และส่งผลลัพธ์อะไรบ้าง

เพราะเมื่อไม่รู้ว่า ทำไปเพื่ออะไร และส่งผลอะไร...ก็แปลว่า แผนที่เสนอมา ไม่มีความน่าเชื่อถือ

เพราะแผนงานที่ไม่ส่งผลลัพธ์ ย่อมไม่เรียกว่าแผน แต่เรียกว่า "ฝัน" หรือ "เพ้อ"

...

ดังนั้น เวลาทีมงานมาเสนอแผนอะไรก็ตาม ผมจะถามก่อนเสมอว่า จุดประสงค์ที่มานำเสนอแผนน่ะ คืออะไร?

ถ้าจุดประสงค์ไม่สมเหตุสมผล ก็ไม่มีเหตุผลที่จะอนุมัติ...เรียกว่า ม้วนเสื่อออกจากห้องผม ตั้งแต่ก่อนนำเสนอเสียด้วยซ้ำ

แต่ถ้าจุดประสงค์พอจะเข้าเค้า ก็เข้าข่ายจะหารือกันต่อได้...คำนวณตัวเลขผิดหรือถูก ก็คุยกันได้ แก้กันไป

...

ในชีวิตจริง เราต่างก็พบว่า ทั้งตัวเราและทีมงานมักพลาดซ้ำๆ เดิม คือเน้นไปที่ "การทำอะไร" แต่ไม่ใช่ "การทำเพื่ออะไร"

การรู้ว่า เราทำเพื่ออะไร จึงสำคัญมาก...ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงไปจากการทำอะไรโดยไม่รู้ว่าทำไปทำไม?

ลองดูก็ได้ครับ...ลองขับรถออกจากบ้านโดยไม่ต้องกำหนดว่าจะไปไหน?

แล้วลองสังเกตอาการตัวเองดูว่า การขับรถไปแบบเรื่อยเปื่อยน่ะ มันน่าเบื่อและสูญเปล่ายังไง?

แต่ไม่ใช่ให้ขับรถชมเมืองเล่นนะครับ...เพราะแบบนั้นน่ะ ถือว่าเรามีเป้าหมายอยู่ที่การขับรถเล่น

...เมื่อเป้าหมายเลื่อนลอย...ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตามมาจึงเป็นความเลื่อนลอยและเชื่อถือไม่ได้นั่นเอง...

#NoteToSelf: 

  • ปล่อยอะไรก็ปล่อยได้ แต่ถ้าปล่อยให้ไร้เป้าหมาย ก็เท่ากับปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม
  • ทำอะไรโดยไม่มีเส้นชัย น่าจะเข้าข่ายเป็นงานอดิเรก ไม่ใช่งานที่หาเลี้ยงชีพ
  • ทำไปเพื่ออะไรยังไม่รู้...เรียกว่าดูถูกตัวเองและวิชาชีพ

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....