Skip to main content

Post#4-277: ฝึกลูกให้เป็น "นักล่า"

Post#4-277:
ผมนั่งท่อง Youtube อยู่กับลูกสาวเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา...ซึ่งมักเป็นกิจวัตรประจำมื้อค่ำวันหยุด ที่ผมชื่นชอบเหลือเกิน

ความท้าทายของผมก็คือ การสรรหา clip ที่ทำให้ลูกสาวดูแล้ว "อ้าปากหวอ"...เพราะผมชอบที่จะแอบลอบสังเกตระหว่างที่เธอกำลังจดจ่อกับการจ้องจอ

ที่ผมชอบก็เพราะ...ผมอยากรู้ว่า เรื่องไหนที่จะสร้างแรงกระตุ้นให้เธออยากทดลองทำให้ได้บ้าง ^^

...

หลายเดือนก่อน ผมก็ challenge เธอด้วย "Cup Song", แล้วก็ย้อนหลังไปไกลกว่านั้น ก็ challenge เธอด้วยการเล่น Recorder

ช่วงนี้ก็กำลัง challenge เธอด้วย Cup Stacking...แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ

ส่วนที่เธอดูแล้ว อยาก challenge ตัวเองก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน...ไม่ว่าจะเป็น Ballet, Piano, ว่ายน้ำ หรือไม่ก็เป็นนักเขียน

...

นี่เป็นแนวทางที่ผมใช้ "ฝึก" ให้ลูกรู้จักสร้างเป้าหมายเพื่อท้าทายขีดความสามารถของตัวเอง

นอกจากนั้น การฝึกและท้าทายลูกด้วยกิจกรรมต่างๆ นี้...ยังทำให้ตัวผมเอง ก็ได้ "ทดลอง" ทำอะไรใหม่ๆ ไปพร้อมกันด้วย

ถือเป็นการ "kill two birds with one stone" ที่ดีงามและลงตัวมากๆ...สำหรับผม

...

ถ้าใครจะลงความเห็นว่า ผมออกจะ "จริงจัง" ไปสักหน่อย...กับการที่ชอบกำหนดเป้าหมายให้ลูกอยู่เสมอๆ

ผมยอมรับและไม่คิดจะโต้แย้งครับ...

เพราะสิ่งที่ผมกังวลที่สุด ก็คือการที่ลูกจะเติบโตขึ้นไปเป็น "คนที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิต"...ซึ่งนั่นจะถือเป็นความล้มเหลวที่เลวร้ายเป็นอย่างมาก

...แต่ผมแน่ใจว่า เมื่อลูกถูกปลูกฝังให้รู้จักทำทุกเรื่องโดยมี "เป้าหมาย" ชัดเจนแล้วล่ะก็...เธอก็คงจะไม่ "สับสน" โดยง่าย เป็นแน่ครับ...

#NoteToSelf: 

  • ฝึกให้ลูกมีสัญชาติญาณแห่ง "นักล่าเป้าหมาย"...เพื่อที่จะไม่ต้องกลายเป็น "เหยื่อของความล้มเหลว"
  • เมื่อลูกมีเป้าหมายชัดเจน...ลูกก็จะมีภูมิคุ้มกันความสับสนในชีวิต
  • คนเรามีเป้าหมายมากกว่าหนึ่งอย่างในคราวเดียวได้...แต่นั่นไม่ใช่ตัวชี้วัดว่า เราเก่ง
  • คนเก่งคือคนที่ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง และสามารถพิชิตมันได้ในเวลาที่กำหนด ต่างหาก

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...