Skip to main content

Post#5-015: Novice Boss

Post#5-015:
ผมพบว่า น้องๆ หลายคนที่เติบโตจากการเป็นลูกน้องขึ้นมาเป็นผู้บริหารชั้นต้น...ก็มักจะพบกับแรงกดดันหลายๆ เรื่อง

จากเป็นคนรับคำสั่งอย่างเดียว...ก็ต้องกลายเป็นผู้มอบคำสั่ง และจากเป็นผู้ตามเพียงอย่างเดียว...ก็ต้องกลายเป็นผู้นำด้วย

รวมความแล้ว ผู้บริหารชั้นต้นมือใหม่จึงพบเจอกับเรื่องที่ไม่คุ้นเคยเต็มไปหมด...และมักจะกังวลไปพร้อมๆ กับกดดันตัวเองมากกว่าปกติ

จากประสบการณ์ของผม...ก็พอจะสรุปได้ว่า  ที่ผู้บริหารชั้นต้นมือใหม่ทั้งหลายมักจะกังวลและกดดัน เพราะยังมี “ภาวะผู้นำ” ไม่มากพอ นั่นเองครับ

...

อันว่า “ภาวะผู้นำ” นั้น...แม้ว่าหลักๆ จะเป็นคุณลักษณะส่วนบุคคลก็ตาม แต่ก็ใช่ว่า จะเป็นเรื่องที่ฝึกกันไม่ได้

ผมแนะนำว่า ทางหนึ่งที่จะช่วยให้มือใหม่ฝึกฝนและฝึกปรือเรื่องภาวะผู้นำได้ดีมากๆ ก็คือ การมองหา “ต้นแบบ” หรือ “Role Model” ไว้เพื่อเป็นแนวชี้ทาง

เราอยากเป็นผู้บริหารแบบไหน...ก็มองหา Role Model ที่ใกล้เคียงนั่นล่ะครับ...หมั่นศึกษาและทำความเข้าใจกับแนวทางของ Role Model เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับตัวเราและทีมงาน

เมื่อเรามีแนวทาง...ก็จะทำให้เรากังวลและกดดันน้อยลง เพราะมีความมั่นใจมากขึ้น ในสิ่งที่เราสั่งการและนำทีม นั่นเอง

...

สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกเพื่อเป็นกำลังใจสำหรับมือใหม่ทั้งหลาย ก็คือ ถ้าเราก้าวมาถึงขั้นเป็นผู้บริหารขั้นต้นได้ โดยไม่ได้ใช้เส้นสายหรือการสอพลอ...ก็ย่อมแปลว่า เรามีดีพอตัว

ดังนั้น ก็ไม่มีอะไรจะต้องกังวลในประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้องานมากจนเกินไปนักหรอกครับ...เพราะเราชำนาญและเชี่ยวชาญเพียงพออยู่แล้ว

แปลว่า...ประเด็นมันแค่อยู่ที่ “ใจของเรา” กับ “ความคุ้นเคย” ในตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบใหม่ เท่านั้นเอง

...

แรกๆ มือใหม่จึงต้องอดทนที่จะผ่านด่านทดสอบจากเจ้านาย และผ่านด่านการท้าทายจากลูกน้อง ไปให้ได้

จะต้องวางตัวยังไงต่อหน้านายและลูกน้อง?

สั่งงานยังไงให้ลูกน้องเข้าใจและเจ้านายชื่นชม?

ใช้อำนาจแค่ไหนจึงจะเหมาะสม?

และอีกสารพัดเรื่องใหม่ๆ ที่มือใหม่ต้องเผชิญ

...อุตส่าห์ผ่าน Entrance จนเข้ามาอยู่ในทำเนียบผู้บริหารแล้ว...จะไม่ลองทุ่มเทให้สุดๆ เสมือนเป็น Freshy ที่พึ่งเข้ามหา’ลัย ดูหน่อย เชียวหรือครับ?...

#NoteToSelf: 

  • ถ้าเลื่อนชั้นมาเป็นผู้บริหารชั้นต้นได้ด้วยฝีมือจริงๆ...ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว / ที่เหลือมันคือเรื่อง “ใจ” เท่านั้น
  • เคล็ดลับในการเป็นนายที่ดี...คือการนึกย้อนไปตอนเป็นลูกน้อง / เคยเกลียดนายแบบไหน ก็จงอย่ากลายเป็นนายแบบนั้น
  • สมัยเข้าปีหนึ่ง ก็ต้องโดน “รับน้อง”...ดังนั้น พึ่งเป็น Novice Boss ก็ย่อมต้องเผื่อใจไว้บ้างนะ

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....