Skip to main content

Post#5-020: กล้าที่จะพลาด

Post#5-020:
ด้วยความเป็นคนที่อยู่เฉยๆ ไม่ค่อยจะเป็น...ผมจึงขวนขวายหา หรือไม่ก็มีคนมาเสนอ project ใหม่ๆ ให้เสมอ

แต่ก็ใช่ว่าผมจะกระโดดใส่ทุก project ที่เสนอมาไปเสียทั้งหมดนะครับ...เรื่องแบบนี้ มันก็ต้องมีการ screen out กันบ้าง

ซึ่งแน่นอนว่า แต่ละคนก็ต่างมี Criteria ในการเลือก project ที่แตกต่างกันออกไป

...

ผมคงไม่สาธยายหรือแจกแจงต่อนะครับ...ว่าผมมี Criteria อะไร ยังไงบ้าง...แต่แค่อยากจะเปรียบเทียบให้ฟังว่า

ในมื้ออาหารแต่ละมื้อ...เราอาจจะเจอทั้งของที่เราชอบ, ของที่เราไม่ชอบ และของที่เราไม่เคยหม่ำมาก่อน

ซึ่งของที่เราชอบเราก็หม่ำเยอะหน่อย...ส่วนที่ไม่ชอบ เราก็มักจะเขี่ยทิ้ง และของที่เราไม่เคยหม่ำมาก่อน เราก็มักจะไม่แตะต้อง

ถ้าเลือกแต่ของที่ชอบทุกครั้งๆ ไป...ผมก็จะถามว่า ไม่เบื่อบ้างหรือยังไง?

ส่วนไอ้ของที่ไม่ชอบน่ะ...เขี่ยทิ้งก็เข้าใจได้อยู่

แต่กับของที่ไม่เคยหม่ำมาก่อนน่ะ...ถ้าไม่ลองสักนิด แล้วรู้ได้ยังไงว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ?

...

ก็ทำนองเดียวกันล่ะครับ...

งานหรือ project ลักษณะไหนที่เราถนัด...เราจึงมักจะเลือกทำ

งานที่เราไม่ชอบหรือ project ที่เราเคยพลาดมาแล้ว...เราจึงมักจะหลีกเลี่ยง

ส่วนงานหรือ project ใหม่ๆ มี่ไม่เคยเจอมาก่อน...เราก็มักจะออกตัวว่า ไม่เคยทำมาก่อน งั้นขอไม่ทำดีกว่า

ผมคงไม่กล้าบอกว่า วิธีคิดแบบนี้น่ะผิด”...แต่แค่อยากให้ลองมองต่างมุมบ้างก็เท่านั้น

เมนูนี้เคยหม่ำมาแล้ว...วันนี้ลองเมนูใหม่ดูดีกว่า

อืมม คราวที่แล้วหม่ำข้าวผัดร้านนั้นไม่อร่อย ลองร้านนี้อีกทีดีกว่า

อุ้ย...เมนูนี้ไม่เคยลอง...งั้นลองดูดีกว่า

งานนี้เคยทำมาแล้ว...ถ้านายมอบหมายงานใหม่ให้ทำก็คงจะทำให้เรารู้กว้างขึ้น

งานนี้เราเคยพลาดมาแล้ว...ถ้าคราวหน้าได้ทำอีก จะไม่ให้พลาดแบบเดิมแน่ๆ

งานนี้ไม่เคยคาดฝันว่าจะได้เจอ...ไหนลองดูสิ ว่ามันจะท้าทายแค่ไหนกันเชียว

...

แม้ว่าทำอะไรใหม่ๆ แล้วจะพลาดหรือยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง...ก็อย่ากังวลไปครับ

ขอให้เราคิดก่อนทำ, ทำจริงจัง และอย่าประมาท ก็ถือว่าดีพอแล้ว...

...ต้องกล้าที่จะพลาดบ้าง...ล้มระยะสั้น เพื่อให้เดินมั่นคงในระยะยาวครับ...

#NoteToSelf: 

  • ทำงานหรือ project ใหม่ๆ 10 อย่าง...แล้วสำเร็จได้ 2-3 อย่าง ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว
  • ลองอะไรใหม่ๆ บ้าง...ถึงจะพลาด ก็ยังได้เรียนรู้
  • วันข้างหน้า...เมื่อมองย้อนมา เราจะเจ็บใจและผิดหวังกับเรื่องที่เราไม่ได้ลอง มากกว่าเรื่องที่เราลองแล้วล้มเหลว

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...