Skip to main content

Post#5-037: เราเกิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9

Post#5-037:
วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่คนไทยเราเสียน้ำตากันมากที่สุด...และผมเชื่อว่า คงไม่มีคนไทยคนไหน ที่จะลืมวันนี้ไปได้

ผ่านไปหนึ่งปี แม้พวกเราจะเข้มแข็งขึ้นมากแล้ว...หากแต่คิดถึงพระองค์ขึ้นมาครั้งใด พวกเราก็อดที่จะสะอื้นในหัวอกไม่ได้สักครั้ง

ด้วยเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงเปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดิน”...เมื่อพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย พวกเราจึงรู้สึกเหมือนขาดพ่อไปโดยปริยาย

...

แล้วหนึ่งปีที่พระองค์ทรงจากไป...พวกเราคนไทยเรียนรู้อะไรบ้าง?

ยังคงใช้ชีวิตด้วยความประมาท, ยังคงไม่เข้าถึงคำว่าพอเพียงและยังคงใช้ชีวิตด้วยความเบาะแว้ง เช่นเดิมหรือไม่?

ยามทรงมีพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงพระราชทานพระบรมโอวาทให้แก่ปวงชนชาวไทยไว้มากมาย

...ในขณะที่คนไทยหลายคนละเลย แต่ก็ยังมีผู้คนไม่น้อยได้น้อมนำพระบรมราโชวาทมาใช้นำชีวิตด้วยศรัทธา ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ดินแดนอื่นของโลก

ยามนี้ พระองค์หาพระชนม์ชีพไม่แล้ว...หลายคนค่อยมาคิดได้ และเสียดายที่ยังไม่ได้แสดงกตเวทิตาคุณต่อพระองค์ท่านเท่าที่ควร นอกจากการเดินทางไปสักการะพระบรมศพแต่เพียงเท่านั้น

...

แต่การไปสักการะพระบรมศพแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะไปสักกี่ครั้ง...ย่อมไม่ใช่วิถีที่แท้ของการแสดงกตเวทิตาต่อพระองค์

แล้ววิถีไหนกันล่ะ...ที่น่าจะเป็นวิถีที่ถูกที่ควร?

ก่อนจะตอบคำถามนี้ ผมขอเชิญชวนให้เรารำลึกถึงพระบรมราโชวาท และพระบรมกรณียกิจ ที่ทรงพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย มากว่า 70 ปีที่ทรงครองราชย์

รำลึกให้เข้าถึง ว่าพระองค์ทรงมีพระราชปณิธานอันใด ต่อปวงชนชาวไทยของพระองค์?

...

ถ้าเรามีลูก...เราจะภูมิใจมั๊ย ถ้าลูกไหว้เราทุกวัน...ต่อหน้าก็แสดงท่าทีว่าเชื่อฟัง แต่ออกนอกบ้านไป แล้วก็ทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพาย?

เช่นเดียวกันครับ...เรากราบไหว้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทุกวัน ชื่นชมพระราชปณิธานของพระองค์ ทุกวัน...

แต่ในแต่ละวัน เรากลับไม่เคยนำพระราชโอวาทของพระองค์มาทบทวนและปฏิบัติตาม เลย

ก็แปลว่า เราไหว้พ่อแม่แบบขอไปที และแสดงกตเวทิตาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ด้วยการพูด เท่านั้น!

...

ดังนั้น พวกเราคนไทย จึงควรรู้คิดและต้องรู้ทำ ว่าวิถีใดที่เป็นวิถีที่แท้จริงในการแสดงกตเวทิตาคุณต่อพ่อของแผ่นดิน

ผมคิดว่า วิถีที่คนไทยควรทำ เพื่อให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงมีรอยพระสรวล ยามเมื่อทรงทอดพระเนตรลงมาจากชั้นฟ้า...

...ก็คือ การดำเนินชีวิตรอยตามพระราชปณิธานของพระองค์ นั่นเอง...

#NoteToSelf: 

  • จงภาคภูมิใจ ที่เราได้เกิดมาภายใต้พระบรมโภธิสมภารแห่งจอมกษัตริย์ผู้ทรงรักปวงชนของพระองค์...ยิ่งกว่าจะสาธยายได้จบสิ้น
  • มิได้ประทับอยู่ตำหนักใด...แต่ทรงประทับอยู่ในดวงใจของคนไทยทุกคนตราบชั่วกัลปาวสาน
  • ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยความอาลัยยิ่ง
  • เราเกิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9
  • ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...