Skip to main content

Post#5-046: The Dr.Oz Thailand by Siriraj

Post#5-046:
ปกติรายการที่เกี่ยวกับสุขภาพนั้น มักจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ เต็มไปด้วยคำศัพท์เชิงวิชาการที่ยากต่อการเข้าใจ

เมื่อมันค่อนข้างน่าเบื่อ มันก็ทำให้คนทั่วไปไม่ค่อยอยากจะดูรายการประเภทนี้สักเท่าไหร่นัก

ผมเองก็เป็น...จนกระทั่งได้มาดูรายการ The Dr.Oz Thailand by Siriraj ซึ่งเป็น Franchise มาจากเมืองนอก ที่ฉายในทุกทวีปของโลก

...

รายการหยิบเอาความรู้เดี่ยวกับสุขภาพมาพูดคุยผ่าน Dr.Oz คนแรกของประเทศไทย ก็คือ หมอกริช (.นพ.สกิทา ม่วงไหมทอง) โดยมีคุณเชียร์ ทิฆัมพร มาช่วยสร้างสีสัน พร้อมกับมีแขกรับเชิญในเกือบทุกช่วงรายการ

เท่าที่เช็คผังรายการดู...The Dr.Oz จะออกอากาศทุกวันอาทิตย์ 11 โมง ไปจนถึงเที่ยง ที่ช่อง X-Zyte ของ True Visions

เอาจริงๆ ผมว่านี่เป็นรายการสุขภาพที่ดีมาก เพราะได้ทั้งความรู้และความสนุก...แม้ว่าอาจจะต้องให้เวลาคุณหมอกริชให้คุ้นเคยกับการออก TV อีกสักหน่อย

...

จุดที่ผมชอบมากที่สุดของรายการนี้ ก็คือรูปแบบการนำเสนอเนื้อหา ที่มีความเหมาะสมกับยุคสมัย

อย่างที่บอกครับ ความรู้หรือเนื้อหาดีๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพ อาจเข้าไม่ถึงผู้ฟังได้มากนัก เพราะรูปแบบการนำเสนอโดยส่วนใหญ่ มันทำให้ผู้คนค่อนข้างเข้าถึงยาก

ดังนั้น การปรับรูปแบบและวิธีการนำเสนอให้เข้าถึงผู้คนได้ง่าย ของ The Dr.Oz จึงเป็นหนทางที่น่าชื่นชมและตอบสนองจริตของผู้ชมได้ดี

...

ถ้าพอจะจำกันได้...ผมเคยชวนคุยเรื่องของการสื่อสารไว้หลายครั้งหลายหน

ไม่ว่าเราจะเก่งขั้นเทพขนาดไหน...ถ้าสื่อสารไปไม่ถึงผู้รับสาร มันก็ไร้ค่า

เปรียบเสมือนเราเก่งทำอาหาร...ไม่ใช่ว่าเราปรุงอาหารตรงตามตำรับเทวดา แล้วจะถูกใจคนทานไปทุกครั้ง

ถ้าเราเป็นสุดยอดเชฟที่แท้จริง...เราก็ต้องสามารถดัดแปลงและพลิกแพลงอาหารของเราให้ถูกใจความต้องการที่หลากหลายแะผันแปรของคนทานให้ได้

ฉันใดก็ฉันนั้นครับ...

...ดังนั้น การสื่อสารที่ดี คือการสื่อสารที่ทำให้ผู้รับสารเข้าใจเนื้อหาได้ถูกต้อง ครบถ้วน และถ้ามีความบันเทิงปนอยู่ด้วย ก็ Perfect!...

#NoteToSelf: 

  • มีรายการดีๆ ก็ควรบอกต่อ...เมื่อมีคนติดตามมากๆ รายการก็จะอยู่ได้นานๆและเราก็จะได้มีแหล่งความรู้ที่ดูสนุก ไปอีกนานๆ
  • การสื่อสารที่ยอดเยี่ยมที่สุด...คือการสื่อเข้าไปถึงหัวใจของผู้รับสาร ซึ่งมันจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อผู้รับสารยินยอมเปิดใจรับฟัง ไม่ใช่เกิดจากการยัดเยียด
  • ผู้หยั่งรู้ถึงวิถีแห่งการสื่อสารที่เหมาะกับผู้รับสารได้...จึงอาจได้เป็นผู้เข้าถึงหัวใจของผู้คน

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...