Skip to main content

Post#2-307: เป็ดผู้เชี่ยวชาญ

Post#2-307:
เย็นวันนี้ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ไปพบผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง

จริงๆ ผมรู้จักท่านมานานกว่า 10 ปี แล้ว แต่เพิ่งจะมีโอกาสดีที่ช่วงนี้ได้มาใกล้ชิดท่านอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุที่ลูกสาวท่านเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับผม

ทุกครั้งที่ผมคุยกับท่าน ผมมักจะมีความรู้สึกหนึ่งติดอยู่ในใจกลับมาเสมอ...นั่นก็คือ ที่คิดว่ารู้เยอะพอตัวน่ะ จริงๆ แล้วผมยังรู้อะไรน้อยอยู่เลย

...

เวลาคุยกับปราชญ์จึงถือเป็นช่วงเวลาทองที่เราได้เปิดโลกทัศน์ของเราให้กว้างขึ้น ไกลขึ้น และหลากหลายมากขึ้น...แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ทำให้เราระลึกและสำนึกได้ว่า "เหนือฟ้ายังมีฟ้า"

ยามเมื่อเรายอมรับได้ว่า เรายังรู้น้อย ภาชนะที่ใส่น้ำของเราจะใหญ่ขึ้นโดยอัตโนมัติ หรือไม่ก็จะก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่มากจนทำให้น้ำที่เต็มแก้วของเรา หกออกไปเสียบ้าง

คำว่า "รู้แล้ว" จึงไม่น่าจะมีจริงอยู่ในโลก เพราะเมื่อเราเรียนรู้มากขึ้น เราจะพบความจริงว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่เรารู้ มันช่างน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับความรู้ที่มีอยู่ในโลก

...

ตอนหนึ่งของการสนทนา ท่านกรุณาสอนผมว่า ไม่แปลกถ้าเราจะรู้หลายๆ อย่าง หลายๆ เรื่อง แต่เราจำเป็นต้องขัดเกลาองค์ความรู้บางอย่างในตัวเราให้เหนือล้ำกว่าปกติ เอาให้เก่งสุดๆ ให้ได้ เราจึงจะสามารถแข่งขันในโลกได้

ผมเชื่อว่าหลายต่อหลายคนบนโลก เกิดมาเป็น "เป็ด" ที่มักจะทำอะไรได้หลายๆ อย่าง แต่ไม่สุดทางซักอย่าง...เดินได้แต่ไม่คล่องเท่าไก่ ว่ายน้ำได้แต่ไม่ดีเท่าปลา บินได้แต่ก็ไม่ใช่อย่างนก

บางคนโชคดีที่มีพรสวรรค์มาแต่กำเนิด ซึ่งแม้เราอาจจะไม่ได้พรนั้นมา แต่ผมก็ยังเชื่อว่า เราขัดเกลาความสามารถบางอย่างได้...

เรียกว่า แม้จะเกิดเป็นเป็ด ก่อนตายก็จะต้องตั้งเป้าที่จะเป็นเป็ดที่ฝึกปรือในด้านใดด้านหนึ่งได้อย่างเชี่ยวชาญให้ได้...ว่างั้น

วันที่เป็ดผู้ฝึกปรือ มีปรีชาฌาณจนสามารถล้มไก่, ปลา หรือนก ที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ได้...คงเป็นวันที่ทุกคนต้องปรบมือให้แน่ๆ ครับ

เลือกเอาเถอะครับ...จะเป็นเป็ดน้อยธรรมดา หรือจะเป็นเป็ดผู้กล้าในตำนาน ^^

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...