Skip to main content

Post#2-319: จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน

Post#2-319:
เช้านี้ผมประชุมทีมงานเพื่อ update สถานการณ์ต่างๆ ขององค์กรให้น้องๆ ทุกคนได้รับทราบ

ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ควรเล่าเรื่องต่างๆ ให้น้องๆ ได้รับรู้ โดยเฉพาะถ้ามันเป็นเรื่องที่กระทบกับปากท้องและรายได้ของพวกเค้า

ไม่ว่าสถานการณ์ขององค์กรจะดีหรือแย่ ทุกคนก็ควรมีสิทธิ์รับรู้ ดีกว่าปล่อยให้ไปคาดเดาเอาเอง เข้าใจเอาเอง หรือทึกทักเอาเอง

...

อย่างที่เคยแชร์ไว้หลายครั้ง การทำธุรกิจนั้น เจ้าของลงเงิน พนักงานลงแรง ขาดใครไปธุรกิจก็ไปต่อได้ยาก ก็แปลว่า ทั้งเจ้าของและพนักงานถือเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกัน

เมื่อเป็นหุ้นส่วนกัน ก็แปลว่าควรจะมีสุขร่วมเสพ และมีทุกข์ร่วมต้าน เพราะทั้งเจ้าของทั้งพนักงานต่างก็มีความคาดหวังในรายได้และต่างก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

เจ้าของเสี่ยงมาก ก็เลยมีโอกาสได้ส่วนแบ่งมาก หรืออาจจะขาดทุนเยอะ ขึ้นอยู่กับมีวิสัยทัศน์อย่างไร, วางแผนงานดีหรือไม่ และรวมไปถึงเลือกคนมาร่วมงานได้ถูกต้องรึเปล่า?

พนักงานเสี่ยงน้อย ก็ได้ส่วนแบ่งน้อยตามความเสี่ยง แต่ปิดประตูขาดทุน เพราะรับเงินแน่ๆ ทุกสิ้นเดือน ดังนั้นก็ต้องเลือกองค์กรที่จะไปฝากชีวิตไว้เช่นกัน

...

องค์กรอยู่ไม่ได้ ถ้าพนักงานไม่ทุ่มเท และพนักงานก็อยู่ลำบาก ถ้าไปทำงานกับองค์กรเห็นแก่ได้...ฉันใดก็ฉันนั้น องค์กรเลือกคน คนเองก็เลือกองค์กร

ถ้าเจ้าของรู้บทบาท และพนักงานรู้หน้าที่ งานก็จะดำเนินไปได้ดี จะได้เอาเวลาไปรับศึกนอก ไม่ใช่มัวมาแต่รับศึกใน

ถ้าเจ้าของปกครองด้วยพระคุณมากกว่าพระเดช พนักงานก็จะอยู่ได้อย่างยาวนาน และถ้าพนักงานแยกแยะส่วนงานกับส่วนตนได้ชัดเจน งานก็จะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดี

แบบนี้แล้ว...ถ้าอยากประสบความสำเร็จทั้งเจ้าของและพนักงาน ทั้งสองฝ่ายจึงมีแต่ต้อง "จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน" เท่านั้นครับ ^^

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....