Skip to main content

Post#4-298: แก้ปัญหาอย่างไม่ฉลาด

Post#4-298:
เคยจำเป็นจะต้องฝืนตัวเองไม่ให้หลับทั้งที่ง่วงแสนง่วงกันบ้างมั๊ยครับ?

ถามว่า แล้วเราทำยังไงถึงทำให้ตัวเองยังถ่างตาอยู่ได้กันเอ่ย?

เมื่อก่อน ผมเองก็ใช้สารพัดวิธี...ไม่ว่าจะเป็นแนวทำร้ายตัวเอง เช่นหยิก, ตบหน้า, กัดนิ้ว, ฯลฯ หรือไม่ก็หาอะไรเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ ป้ายลิ้น

แต่สุดท้าย ความง่วงก็ยังไม่จางลง รวมไปถึงมีอาการเจ็บตัวและแสบลิ้นเพิ่มขึ้นมาอีกต่างหาก

สรุปก็คือปัญหาเก่าไม่หมดไป แถมยังมีปัญหาใหม่มาร่วมแจมด้วย

...

บ่อยครั้งและมากหน ที่คนเราก็อาจเลือกวิธีแก้ปัญหาชีวิตได้แบบไม่ค่อยจะฉลาดเอาเสียเลย

สังเกตดูก็ได้ครับ ว่าทั้งการหยิกตัวเองหรือทานของเผ็ดๆ นั้น มันเป็นแค่การ "เบี่ยงปัญหา" ไม่ใช่การ "แก้ปัญหา"

เมื่อเราเลือกทำแค่เบี่ยงปัญหา...นั่นก็หมายความว่า ปัญหาเดิมก็ยังไม่หายไป มันแค่โดนลืมไปชั่วคราวเท่านั้น

แล้วปัญหาเดิมก็จะโผล่ขึ้นมา พร้อมๆ กับปัญหาใหม่ที่เราสร้างขึ้นก็ยังไม่จางไปนั่นเอง

...

ดังนั้น เวลาเจอปัญหาใดๆ ก็ตาม...เราจึงควรแก้ปัญหาที่ต้นตอของปัญหา ไม่ใช่เบี่ยง, เลี่ยง หรือหนีปัญหานั้นๆ

เพราะการแก้ที่ต้นตอเท่านั้น จึงจะทำให้ปัญหานั้น "หมดไป" แบบถอนรากถอนโคนได้

ถ้าง่วงจนทนไม่ไหว ก็งีบเล็กๆ พอให้หายง่วง แล้วจะได้เดินหน้าทำอะไรต่อมิอะไรต่อได้

...อย่าฝืนแก้ง่วง ด้วยวิธีที่ผมยกตัวอย่าง เพราะจะกลายเป็นทั้งง่วง, ทั้งเจ็บ และทั้งเผ็ด...ไม่ฉลาดเอาเลยจริงๆ ครับ...

#NoteToSelf: 

  • จงตั้งสติไตร่ตรองให้ดี...ว่าสิ่งที่เรากำลังจะเลือกทำ เป็นการแก้ปัญหา หรือเพิ่มปัญหา
  • จะแก้ปัญหาได้ ต้องเริ่มจากวิเคราะห์ให้ถ่องแท้ก่อน ว่าจริงๆ แล้วสาเหตุของปัญหาคืออะไรแน่
  • มีทุกข์ก็ต้องดับทุกข์ที่ต้นตอ...ไม่ใช่ไปหาความสุขอื่นมากลบ เพราะเมื่อความสุขนั้นจางไป ความทุกข์เดิมก็จะกลับมาอยู่ดี

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...