Skip to main content

Post#4-326: ปั้นดินให้เป็นดาว

Post#4-326: 
เมื่อวานผมได้ทดลองเข้า Workshop ทำเครื่องประดับ Pewter ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก จากที่ได้ไปดูงานที่โรงงานของ Royal Selangor

เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ตอนแรกผมก็คิดว่า ก็แค่ทำขำๆ...แต่พอได้เรียนรู้เทคนิคแล้ว กลับอยากลองทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ผมจะคว้าน้ำเหลว...ไม่ประสบความสำเร็จในการทำ Free-form Pewter แต่ก็ยังได้ Mold Pewter ที่หยอดเอง มาฝากลูกสาว

...

อันที่จริง โลกรู้จัก Pewter มานานแล้ว ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ได้จัดให้ Pewter เป็นหนึ่งใน Alloy (หรือ "โลหะผสม") ชนิดหนึ่ง

นับจากอดีต Pewter ก็ได้รับการพัฒนาจากผู้ผลิตทั่วโลกมาตามลำดับ...จนกระทั่งปัจจุบันนี้ Pewter ไม่ได้เป็นแค่ "ดีบุก (Tin) ผสมกับตะกั่ว (Lead)" ตามที่ Dictionary แปลไว้อีกแล้ว

ทาง Royal Selangor เอง ก็เลิกผสม Tin กับ Lead ไปโกฏิปีแล้วเช่นกัน โดยหันมาผสม Tin กับแร่โลหะอื่นๆ แทน

คุณสมบัติที่เจ๋งมากๆ ของ Tin ก็คือ ความอ่อนตัวเมื่อโดนความร้อน จึงทำให้มาทำโลหะขึ้นรูปได้ง่ายกว่าแร่โลหะอื่นๆ

นอกจากนั้น Tin ยังมีคุณสมบัติการถ่ายเทความร้อนที่เยี่ยมยอด...น้ำที่ดื่มจากภาชนะ Pewter จึงมีอุณหภูมิที่เย็นกว่าปกติ

อันนี้เกิดจากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่นะครับ...จริงเท็จอย่างไรต้องลองพิสูจน์เอง และคงขึ้นอยู่กับว่า Pewter นั้น เป็นส่วนผสมของ Tin กับแร่โลหะใด

...

ความน่าอัศจรรย์ของ Royal Selangor ไม่ได้อยู่ที่ Brand Heritage เพียงเท่านั้น...

หากแต่ มีการนำมาผนวกกับ Creativity ในเรื่องของ Design Excellence และ Marketing Co-campaign ที่ชาญฉลาด

จึงทำให้ Royal Selangor เป็น Leading Brand ในเรื่องของ Pewter มาอย่างยาวนาน

...

เราเองก็เรียนรู้จาก Royal Selangor ที่ปลุกปั้น Pewter ให้เป็นสินค้ายอดนิยม ได้เช่นกันครับ

เพราะเอาจริงๆ Pewter ก็เป็นแค่โลหะผสม...แต่พอนำมาใส่เรื่องราวและความคิดลงไป...จาก Alloy ที่เป็นแค่ก้อนโลหะ ก็กลายเป็น World Class Collectible Item

จากคนธรรมดาสามัญทั่วไป...หากว่าเราใส่ Ambition และ Determination ลงไป

...เราก็น่าจะแปลงกายเป็น "คนธรรมดาที่พิเศษ" ได้ไม่ยาก...

#NoteToSelf: 
- ถ้าปล่อย Pewter เป็นแค่ก้อนโลหะ ก็แค่นั้น...แต่พอใส่ craftsmanship ลงไป ก็กลายเป็นคนละเรื่อง
- นึกออกมั๊ย ว่าแม้เป็น Pewter เหมือนกัน มีคุณสมบัติเหมือนๆ กัน...แล้วอะไรล่ะ ที่จะทำให้ Pewter แต่ละชิ้น มีคุณค่าต่างกัน?

- เฉกเช่นกับ การที่เราปล่อยชีวิตไปวันๆ...ก็อย่าตั้งคำถามว่า ทำไมเราไม่ประสบความสำเร็จ?

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...