Skip to main content

Post#4-306: เริ่มต้นดี ขอเพียงแค่สานต่อ

Post#4-306:
ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ที่ผม "ปลื้ม" รายการของ Workpoint จนต้องมาแชร์ความชื่นชอบของผมให้รับรู้

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่ผมอยากชวนให้มาดูรายการ "Wekid เด็กร้องก้องโลก" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายการแข่งขันร้องเพลง

จุดแตกต่างของ Wekid ก็คือการนำเด็กๆ มาร้องเพลงเก่าๆ และมีคะแนนโหวตจากฝั่งเด็ก 100 คน กับฝั่งผู้ใหญ่อีก 100 คน เป็นตัวตัดสิน

ถ้าได้คะแนนเกิน 70 จากทั้ง 2 ฝั่งพร้อมกัน เด็กก็จะได้เลือกว่าจะอยู่ทีมไหนใน 3 ทีม แต่ถ้าได้เกิน 70 จากแค่ฝั่งเดียว ก็เป็นหน้าที่ของโค้ชที่จะเลือกเด็กเข้าทีม

...

ไม่ว่าจะดู Wekid หรือ Super 10...ผมก็ได้แต่ทึ่งในความสามารถของเด็กๆ และอดเปรียบเทียบกับตัวเองในช่วงอายุนั้นๆ ไม่ได้ ว่าตอนนั้นทำอะไรอยู่ ^^

ต้องยอมรับว่า เด็กสมัยนี้ "เก่ง" กว่าสมัยก่อนมากจริงๆ และมีแนวโน้มว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ จากหลายๆ ปัจจัย

ก็แปลว่า อนาคตของประเทศไทย ก็น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ หากว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ ให้ความสนับสนุนเด็กๆ ได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

...

จุดอ่อนสำคัญของคนไทยส่วนใหญ่ ก็คือ การขาดความต่อเนื่อง แม้ว่าจะขยันคิดโครงการนั่น นู่น นี่ อยู่บ่อยๆ

เรียกได้ว่า "เห่อ" เรื่องอะไรก็ตามเป็นพักๆ ตามกระแส...แต่แล้วก็ไม่อาจยืนระยะของความจริงจังได้นานพอที่จะทำให้เกิด "ความเป็นชิ้นเป็นอัน" ได้

หลายๆ โครงการ หรือเรื่องราวดีๆ จึงเป็นแค่ "ดอกไม้ไฟ" ที่สว่างวาบแล้วก็โดนกลืนหายไปในความมืด เสมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง

...

แปลกมั๊ยล่ะครับ ที่เรามีเด็กที่เก่งๆ มากมาย แต่เรากลับขาด Workforce ที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงขาด "ผู้ใหญ่" ในบ้านเมืองที่เราสามารถฝากชะตากรรมของประเทศไว้ได้

ผมมโนไปถึงวันที่ไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศแถวหน้าของภูมิภาค เป็นคู่แข่งของประเทศที่เหนือกว่าเรา...อย่างเช่น สิงคโปร์

ไม่ใช่เหมือนทุกวันนี้ ที่เรามัวแต่ไปเทียบกับประเทศที่ด้อยกว่า แล้วก็มานั่งภูมิใจ ว่าเราเก่ง เราดี

การเทียบตัวเองกับคนที่ด้อยกว่า...แล้วนำมาเป็นเหตุผลให้เราหยุดพัฒนาน่ะ เป็นหนทางไปสู่ "หายนะ" โดยแท้

ถ้าไม่เทียบกับคนที่เก่งกว่า เราก็ไม่มีวันยกระดับตัวเองได้...กลายเป็นพวก "ขี้แพ้" ที่วันๆ ดีแต่มองหาคนที่ด้อยกว่า เพื่อให้เรารู้สึกดีที่ยังมีคนแย่กว่า

...อนาคตของเด็ก อันเป็นความหวังของประเทศ จึงควรจะถูกปลูกฝังวิธีคิดให้เดินตาม "วิถีแห่งผู้ชนะ" ใช่หรือไม่ครับ?...

#NoteToself: 

  • เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง...สำคัญขอให้เติมความจริงจังและต่อเนื่องลงไปด้วย
  • มันคงเป็นเรื่องน่าเสียดาย หาก "เด็กอัจฉริยะ" จะต้องเติบโตไปเป็นแค่ "ผู้ใหญ่ธรรมดา" ในสังคม
  • จะเปลี่ยนอนาคตของประเทศ จึงมีแต่เสริม "น้ำดี" ให้มีกำลังกล้าแข็ง เพื่อให้ไล่ "น้ำเน่า" ที่ขังอยู่ชั่วนาตาปี ให้ไหลออกไป
  • ไม่ได้มีส่วนได้เสียใดๆ กับ Workpoint แต่ทำรายการดีๆ ออกมา ก็สมควรได้รับความชื่นชม

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...