Skip to main content

Post#4-314: เพื่อนดีๆ

Post#4-314:
เมื่อเช้า เพื่อนสนิทของผมโทรมาร่ำลา คุยกันเพียงสั้นๆ แค่เธอบอกว่าจะไปทัวร์ต่างประเทศหลายวันอยู่เหมือนกัน แค่นั้น

หากแต่หลังวางสายแล้ว...กลับทำให้ผม "ยิ้ม" กว้างกว่าหลายๆ วัน ที่ผ่านมา

หลายๆ คน คงรู้สึกดีเหมือนผม เวลาที่มีใครนึกถึงแบบนี้...เพราะถ้าเค้าไม่คิดว่าเราสำคัญกับเค้า ธุระอะไรจะต้องเสียเวลาโทรมาบอก?

เค้าบอก...เผื่อว่าเวลาเราติดต่อเค้าไม่ได้ เราจะได้ไม่ต้องคอยกังวล หรือจะได้ไม่เข้าใจผิดว่า ทำไมถึงถูกตัดการติดต่อ

เค้าบอก...เผื่อให้เรารู้ว่า แม้ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ หรือคุยกันทุกวัน แต่เราก็ยังนึกถึงกันอยู่ตลอดนะ

ใครที่มีเพื่อนที่น่ารักแบบนี้...ก็ขอแสดงความยินดีด้วยจริงๆ ครับ

...

เพราะเรื่องราวแห่งความสัมพันธ์ระดับบุคคลนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน...และไม่มีสูตรตายตัวว่า ควรจะปฏิบัติตัวแบบไหนกับเพื่อนคนไหน

มันจึงเป็นเรื่องที่เราต้องคอยสังเกต ว่าเพื่อนคนไหนมีจริตแบบไหน, ชอบเรื่องอะไร, ไม่ชอบให้เรายุ่งเรื่องไหน, ฯลฯ

เมื่อเพื่อนดีๆ มีค่ามากเหลือเกิน...ผมจึงคิดว่า มันเป็นเรื่องคุ้มค่า ที่เราจะใส่ใจในเรื่องจริตของเพื่อนไว้บ้าง

เพื่อนกัน ไม่ได้วัดกันที่ เราทำเรื่องยิ่งใหญ่ให้กันและกัน เพียงเท่านั้น...แต่เป็นเพราะการใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ด้วยเช่นกัน ที่เป็นสิ่งยืนยันว่า เพื่อนสำคัญกับเรา

...

แม้ว่าทั้งคนในครอบครัวและทั้งเพื่อน ต่างก็มีความสำคัญกับเรา...เรียกว่า คนปกติทั่วไป อยู่โดยปราศจากคนทั้งสองกลุ่มนี้ไม่ได้

แต่เพื่อนก็ต่างจากญาติตรงที่...เราเลือกคนที่จะมาเป็นญาติไม่ได้...หากแต่เราเลือกคนที่จะมาเป็นเพื่อนได้

โดยมาก ญาติดีกับเรา ก็เพราะความผูกพันทางสายเลือด...

ส่วนเพื่อนล่ะ?

...เพื่อนก็คนที่เราผูกพันด้วยความรู้สึกพิเศษในหัวใจ นั่นไงครับ...

#NoteToSelf: 

  • ลองคิดดูให้ดี...เรามีเรื่องที่คุยกับคนในครอบครัวไม่ได้ มากกว่าเรื่องที่เราคุยกับเพื่อนไม่ได้ ใช่มั๊ยหนอ?
  • เรื่องที่เราชอบ ไม่ได้หมายความว่า เพื่อนจะชอบด้วย...และถ้าเราไม่ชอบเรื่องไหน ก็ไม่จำเป็นต้องไปบังคับให้เพื่อนไม่ชอบเหมือนเรา
  • เพื่อนกัน ควรแชร์กับเราทั้งช่วงที่เราทุกข์และสุข...ซึ่งเราก็ควรทำแบบเดียวกันนะ

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...