Skip to main content

Post#4-313: พลังเหนือโลก vs วิทยาศาสตร์

Post#4-313:
ว่าอันที่จริง ผู้คนกว่าหลายพันล้านคนบนโลก ต่างก็มีศรัทธาและความเชื่อในอำนาจแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์...มากน้อยต่างกัน

มากต่อมากคน ก็ศรัทธาอย่างหมดหัวใจ...เชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า  "พลังเหนือโลก" เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง

และผู้คนอีกไม่น้อย ที่มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่มีอยู่จริง...เพราะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ในทาง "วิทยาศาสตร์"

ผ่านมาเป็นพันๆ ปี ที่ผู้คนที่มีความเชื่อต่างกันทั้งสองขั้ว ยังคงถกกัน...และคงจะดำเนินต่อไปอย่างนี้อีกเป็นพันๆ ปี

...

ผมเองก็บอกไม่ได้ ว่าเรื่อง "พลังเหนือโลก" นั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่...เพราะว่า ยังคงไม่มีบทสรุปหรือข้อพิสูจน์ใดๆ จากฝั่งวิทยาศาสตร์ มาฟันธง ว่า "ไม่มีแน่ๆ" หรือทางฝั่งไสยศาสตร์ ก็ออกมาแสดงให้เห็นไม่ได้ชัดเจน ว่า "มีแน่ๆ"

ก็ในเมื่อไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน...ต่างฝ่ายต่างไม่ "ดูถูก" ความเชื่อของอีกฝ่าย จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีไม่น้อย

ดีกว่า จะไปบังคับอีกฝ่ายให้เชื่ออย่างที่ตัวเองเชื่อ...และถึงแม้อีกฝ่ายจะต้องยอมแสดงออกว่าเชื่อ แต่ลึกๆ ในใจก็ไม่ได้มีความจำนนไม่

...

เราเห็นใครยกมือไหว้จอมปลวก เราก็ไม่จำเป็นต้องไปแขวะเค้า...ทำนองเดียวกัน ที่เราเห็นใครทำการทดลองในสิ่งที่เรารู้ว่ามีอยู่จริง ก็ไม่ต้องไปหาว่าเค้าโง่

กระบวนการทางความเชื่อและความคิดของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันไปตามแต่ละปัจเจก, ชาติกำเนิด, วัฒนธรรม และสิ่งที่ถูกถ่ายทอดปลูกฝังมา

แต่รู้อะไรมั๊ยครับ...คนที่ศรัทธาและเชื่อในเรื่องพลังเหนือโลก เค้าก็ไม่ได้เชื่อไปเสียทุกครั้ง ซึ่งเป็นเพราะเค้า "เชื่อ" ไม่ใช่ "งมงาย"

ในขณะที่คนที่ชอบในวิถีวิทยาศาสตร์ เค้าก็เข้าใจดีว่า "วิทยาศาสตร์" ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของทุกๆ เรื่อง

...หากต้องการจะอยู่ในโลกอย่างมีความสุขร่วมกับผู้อื่น ก็จงอย่าเลือกมองโลกสุดโต่งเพียงด้านเดียว...ผมคงอยากสรุปแบบนี้กระมังครับ...

#NoteToSelf: 

  • เรื่องบางเรื่อง ไม่ต้องเลือกข้างแบบ "ขาว" หรือ "ดำ"...ไม่เห็นด้วย ก็ไม่จำเป็นต้องขัดแย้ง
  • การที่ใครไม่ได้เชื่อเหมือนเรา ไม่ได้แปลว่าเค้าผิดและเราถูก และไม่ได้แปลว่าเค้าเลวและเราดี
  • ย้อนไปที่ต้นกำเนิดของจักรวาล...ไม่แน่ว่า บางที "พลังเหนือโลก" กับ "วิทยาศาสตร์" อาจจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....