Skip to main content

Post#4-325: เยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์

Post#4-325:
แม้วันนี้จะเป็นวันหยุด แต่ผมก็ตื่นแต่เช้าขึ้นที่ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ (ผมขอย่อว่า "KL" นะครับ)...เพื่อที่จะไป Market Survey รวมไปถึง Life Style Observation ด้วย

เอาจริงๆ KL นั้น อยู่ใกล้เมืองไทยแค่ปลายจมูก...ไม่รู้ว่าทำไม นี่กลายเป็นเพียงครั้งแรกที่ผมได้มาเยือน

เพราะเป็นแค่ Short Trip, ผมจึงยังไม่มีโอกาสได้ซึบซาบมากนัก ว่าที่นี่มีเสน่ห์ยังไง...แต่โดยรวม ผมตั้งใจว่า คงไม่พลาดที่จะกลับมาเยือนอีกเป็นแน่

...

เท่าที่ใช้เวลาสำรวจและสังเกตุการณ์อยู่ทั้งวัน...ผมว่า สภาพการค้าขายและการใช้ชีวิตของคนเมืองที่นี่ ไม่ค่อยแตกต่างจากกรุงเทพฯ มากนัก

ถ้าจะสรุปว่า คน KL คล้ายกับคนกรุงเทพฯ มากกว่าคนในเมืองหลวงอื่นๆ ในประเทศอาเซียน ก็ไม่น่าจะเกินไป

สภาพการจราจรโดยทั่วไป ก็ดีกว่ากรุงเทพฯ เล็กน้อย...คือรถติดอยู่บ้าง แต่ไม่สาหัสเท่า...แต่ถ้าเป็น Tollway หรือ Highway นี่ วิ่งฉิวเลย

...

ที่นี่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ถึง 60% แล้วก็ตามด้วยชาวพุทธ อีกเกือบๆ 20%...และก็ยังมีส่วนผสมของอีกหลายๆ ชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน

จะว่าไปก็จะมีส่วนผสมของความหลากหลายของเชื้อชาติ คล้ายๆ กับกรุงย่างกุ้งและกรุงจาการ์ต้า...ที่ผมออกจะคุ้นเคยมากกว่า

ผู้คนที่นี่ สื่อสารได้หลายภาษา โดยถ้าเป็นชาวมุสลิม จะสื่อสารด้วย Bahasa Malaysia เป็นหลัก แต่ก็สื่อสารด้วยภาษาจีนกวางตุ้ง และภาษาอังกฤษ ได้ไม่น้อย

ส่วนชาว KL เชื้อสายจีน นี่น่าอิจฉามากหน่อย เพราะค่าเฉลี่ยพูดได้ไม่ต่ำกว่า 3-4 ภาษาเลยทีเดียว

...

ค่าครองชีพที่นี่ สูงกว่าเมืองไทยไม่น้อย...วัดด้วย Coke Zero Index ใน Convenient Store (อิอิ...ผมกำหนดเองครับ) ก็พบว่า ที่นี่อยู่ประมาณ 3.3 ริงกิต ก็ตกเป็นเงินไทยประมาณ 26 บาท (ที่ไทย ขาย 17 บาท)

ร้านอาหาร, Convenient Store และ Department Store ก็มีให้เลือกกันแบบละลานตาและละลานใจ

สำหรับผมแล้ว...ประเมินว่า อาหารที่ KL อร่อยและมีรสชาติใกล้เคียงบ้านเรา แต่จะติดหวานมากกว่านิดหน่อยครับ

...

เท่าที่ผมได้ยินได้ฟังมา...KL ยังไม่ใช่ Shopping Destination สำหรับคนไทย สักเท่าไหร่

แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าที่ KL เป็นเมืองที่น่ามาช้อปปิ้งไม่น้อยเลย...โดยเฉพาะ Fashion Apparel และ Shopping Item หลายๆ Brand ที่มีราคาโดนใจ แม้ว่าอาจจะไม่ได้เน้นไปที่ Latest Collection สักเท่าไหร่

คนไทยมาที่นี่ไม่ต้องขอ visa ครับ แล้วก็ไม่ต้องมีการกรอกใบ ตม. ให้วุ่นวาย...แต่คิวค่อนข้างแน่นเอาการอยู่

...ถ้าคิดจะลอง shopping สนุกๆ ก็ลองมา เดิน Bukit Bintang ดูครับ...อาจจะเดินเพลินจนลืม Orchard Road ของสิงคโปร์ และ Canton Road ของฮ่องกง ได้ไม่ยากเลย...

#NoteToSelf: 

  • มาทำงานแป๊บเดียว...รู้สึกว่า KL น่ามาเที่ยวมากกว่าหลายๆ เมืองหลวงใน ASEAN
  • เอาจริงๆ ที่ KL นี่ ก็มีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมสำหรับการมาเที่ยวนะ...กิน, ดื่ม, ช้อปปิ้ง หรือ Night Life...จะขาดก็แต่ National Heritage ที่ไม่ wow เท่าบ้านเรา
  • ในกลุ่ม ASEAN ก็เหลือแค่ "บรูไน" เท่านั้นสินะ ที่ยังไม่ได้ไปเยือน

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...