Skip to main content

Post#4-318: การนำเสนอแผนงานให้กับลูกค้า

Post#4-318:
ถ้าโอกาสอำนวย ผมมักจะไม่พลาดที่จะให้น้องๆ ทีมงานเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ (Observer) ในการประชุมร่วมกับลูกค้า...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผมจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำเสนอแผนงาน

ไม่ว่าน้องๆ ที่พึ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ หรือน้องๆ ที่มีพรรษาพอสมควร...ก็มักจะประสบปัญหาไม่น้อย เมื่อต้องเป็นผู้นำเสนอแผนงาน

ที่เป็นแบบนี้ ก็อาจจะเป็นเพราะ น้องๆ ขาดการเตรียมตัวที่ดีพอ บวกกับยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ ก็เป็นได้

...

การที่เราจะนำเสนอแผนงานได้อย่างชัดเจนและมั่นใจ...จำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรจะเป็นผู้จัดทำ Presentation ด้วยตัวเอง

เพราะเมื่อเข้าใจในสิ่งที่จะนำเสนอ และรู้ล่วงหน้าว่า กำลังจะเกิดอะไรขึ้นในการ click ครั้งถัดไป...ก็จะทำให้การนำเสนอเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวาและเป็นธรรมชาติ

และเมื่อลูกค้าเกิดมีคำถามขึ้นระหว่างที่เรานำเสนอ...เราก็จะสามารถอธิบายเพิ่มเติม หรือย้อนกลับไปยังแหล่งข้อมูลได้อย่างแม่นยำ

...

สำหรับผมแล้ว...การนำเสนองานอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นจะต้องเริ่มต้นจากการตระเตรียม Presentation ให้ดีที่สุดเสียก่อน

ก่อนจะลงรายละเอียดใดๆ...มันจึงจำเป็นเหลือเกิน ที่เราจะต้อง "ร่าง" ภาพในหัวได้คร่าวๆ และต้องเขียน Presentation Layout ที่ชัดเจน ให้ได้

เมื่อเรามี "ร่าง" ที่ชัดเจนแล้ว...เราก็จะรู้ว่า ต้องนำเสนอประเด็นไหน, ลำดับเป็นอย่างไร, นำเสนอไปเพื่ออะไร และต้องใช้ข้อมูลใดประกอบบ้าง

ขณะที่เราทำ Presentation, ก็จะเป็นช่วงเวลาที่ความคิดในสมองจะออกมาเป็นรูปเป็นร่าง แล้วก็ใส่มันลงไปในแต่ละหน้า

และหากเราถ่ายทอดสิ่งที่เราคิด ให้ออกมาอยู่บน Presentation ไม่ได้ หรือได้แต่ยังไม่ชัดเจน...นั่นก็หมายความว่า การนำเสนอของเรายังไม่ดีพอ

...

หลังจากทำ Presentation เรียบร้อยแล้ว...ก็ต้องลองซ้อมนำเสนอกับตัวเองดูด้วย ซึ่งใครถนัดซ้อมแบบไหน ก็ต้องทดลองดูเองครับ

ระหว่างซ้อมนำเสนอ...ต้องสมมติตัวเองเป็นผู้ฟังไปด้วยในตัว เพื่อที่จะได้จินตนาการไปถึงคำถามที่ผู้ฟังอาจจะมีขึ้น...ซึ่งหากทำได้ ก็จะทำให้ Presentation มีความพร้อมมากขึ้นครับ

ที่สำคัญที่สุดก็คือ จงอย่าตระเตรียม Presentation ด้วย mindset ที่มุ่งไปถึงเรื่องที่เราต้องการนำเสนอ เพียงเท่านั้น

...แต่ต้องคำนึงถึงผู้ฟังด้วยครับ ว่าจะได้อะไรบ้าง จากการนำเสนอของเรา...

#NoteToSelf: 

  • ก่อนจะทำ Presentation ที่ดีได้...ก็ต้องมองหาตัวอย่าง Presentation ที่โดนใจเรา มาเป็นแหล่งอ้างอิงก่อน
  • ก่อนจะทำการนำเสนออย่างน่าสนใจได้...ก็ต้องหาโอกาสเป็น Observer ให้บ่อยๆ เพื่อเรียนรู้เทคนิคต่างๆ
  • เหนืออื่นใด จะต้องเข้าใจเรื่องที่ต้องการนำเสนอเป็นอย่างดี และตระเตรียม Presentation ที่คำนึงถึงผู้ฟังให้มาก

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...