Skip to main content

Post#4-310: สายอาชีพ

Post#4-310:
ระหว่างทางกลับเข้าเมืองเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผมและเพื่อนรุ่นพี่ท่านหนึ่ง ก็คุยกันในเรื่องต่างๆ เพื่อฆ่าเวลา

หนึ่งในประเด็นที่คุยกัน ก็คือเรื่อง การเรียนสายอาชีพ ในบ้านเรา

ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่า...แต่ช่วงหลายปีมานี้ ได้ยินว่าน้องๆ ที่เป็นรุ่นใหม่ นิยมที่จะเป็น "เจ้าของกิจการส่วนตัว" กันมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่แทบจะหาคนที่เรียนจบมาจาก "สายอาชีพ" ได้น้อยกว่าน้อย เพราะส่วนใหญ่จบมาจาก "สายสามัญ" กันแทบทั้งนั้น

...

อาจจะเป็นเพราะค่านิยมของสังคม ที่มักมองว่า การเรียนสายอาชีพ เป็นทางเลือกของคนที่เรียนไม่เก่ง

แต่ในต่างประเทศ การเรียนสายอาชีพ กลับเป็นทางเลือกที่เปิดโอกาสให้กับชีวิตวัยทำงานได้มากกว่า

เอาจริงๆ แม้ว่าจะสรุปแบบฟันธงไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ของคนที่เรียนสายสามัญ ก็ต้องต่อด้วยการเข้ามหาวิทยาลัย...

ส่วนวิชาที่สอนในสายอาชีพน่ะ เพียงพอที่จะทำให้เด็กอายุ 17-18 พร้อมจะเป็นเจ้านายของตัวเองได้มากกว่า

...

ใช่ว่า คนที่เลือกสายอาชีพ จะกลับลำมาเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ และก็ใช่ว่าคนที่เรียนสายสามัญ จะเลือกเป็นเจ้านายตัวเองทันทีที่จบ .6 ไม่ได้

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ .ต้น จึงสำคัญเหลือเกิน สำหรับการที่พ่อ-แม่ หรือผู้ปกครอง จะช่วยเด็กๆ ค้นหาเป้าหมายของตัวเองให้เจอ

การเลือกไปสายสามัญตามค่านิยมและกระแสส่วนใหญ่ จึงอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้บ้านเราขาด Workforce ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน

...ดังนั้น การเรียนสายอาชีพ จึงไม่ใช่ปมด้อยหรือเรื่องน่าอาย แต่ทัศนคติที่คนส่วนใหญ่มีต่อการเรียนสายอาชีพต่างหาก ที่เป็นปัญหา...

#NoteToSelf: 

  • ปัญหาสำคัญของคนไทยส่วนใหญ่ คือมักตามกระแส โดยขาดการพิจารณา
  • เมื่อขาดการพิจารณา จึงมักไม่ค่อยรู้ตัวว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ ส่งผลอะไรกับชีวิต
  • เรียนจบมาก็เพื่อประกอบอาชีพ แต่คนส่วนใหญ่กลับดูแคลนสายอาชีพ...เศร้ามั๊ยล่ะ?

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...