Skip to main content

Post#282: passion ส่งผลต่อความมุ่งมั่น

Post#282:

เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมานี้เอง ผมไปร่วมวงเสวนาเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้าน IT ที่โรงแรมย่านใจกลางเมือง


เป็นงานเสวนาที่น่าสนใจครับ เพราะเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่สนใจเรื่อง IT มารวมกัน และจะมีแขกรับเชิญจากหลากหลายเทคโนโลยี มา update ความเคลื่อนไหวต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี, knowhow ใหม่ๆ, โอกาสในการเรียนรู้และต่อยอดธุรกิจ จากกลุ่มคนที่ผมว่า


ผู้เข้าร่วมเสวนา มีทั้งชาวต่างชาติกว่าครึ่งค่อน และมีชาวไทยร่วมอยู่ด้วยอีกไม่น้อย รวมๆ แล้วน่าจะเกือบร้อยชีวิต ซึ่งชาวไทยที่ผมว่านี่ ส่วนมากจะอายุน้อยๆ และมีบุคลิกบางอย่างที่บ่งชัดเลยครับ ว่าเป็นกลุ่ม Geek ที่เชี่ยวชาญด้านนี้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของคนปกติทั่วๆ ไป


การที่ได้มาเข้าร่วมนี้ ทำให้ผมได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ที่ผมไม่เคยได้ยินและได้ฟังมาก่อน และไม่เคยนึกว่า งานเสวนาแบบนี้ จะเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งมากๆ ในประเทศไทย นั่นหมายความว่า วิถีใหม่ๆ ในการเรียนรู้และต่อยอด จะมีพลังมากขึ้น และเป็นพลังที่มีนัยสำคัญ เพราะกระบวนการตั้งแต่นำเสนอไอเดียไปจนถึงการสรุปแผนปฏิบัติ เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่สั้นมาก เรียกว่าภายใน 20 นาที เราจะรู้เลยว่า ไอเดียไหนโดนและพัฒนาเป็นคอมเมอเชี่ยลได้ยังไง


ทั้งนี้ยังไม่นับการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ที่อาจนำไปสู่การต่อยอดบางอย่างได้ และที่เจ๋งมากก็คือ ในวงการเสวนานี้ มีการเชิญนักลงทุนมาร่วมฟังด้วย ดังนั้นถ้าไอเดียที่นำเสนอเจ๋งจริงๆ มีหวังได้แปลงความฝันให้เป็นความจริงได้เลยล่ะครับ


ที่สำคัญคนที่มาแชร์ประสบการณ์หรือแม้กระทั่งจะมามองหานักลงทุนในวงเสวนานี้ ต้องสามารถอธิบายได้ทั้งภาคทฤษฎีและผลจากการนำไปปฏิบัติด้วย จึงจะสามารถอธิบายให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจและเห็นภาพตามได้ ไม่ใช่ทฤษฎีจ๋า แต่ไม่สามารถบอกได้ชัดว่าจะทำให้เป็นจริงได้ยังไง หรือไม่แค่เล่าแต่ขั้นตอนการทำงาน แต่โยงกลับไปถึงไอเดียหรือคอนเซปป์ทางธุรกิจไม่ได้


นอกจากนั้น สิ่งสำคัญที่ผมเรียนรู้จากทั้งฝั่งผู้หาทุนและนักลงทุน ในคืนนี้ ก็คือ ทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้เชื่อมโยงกันที่ไอเดียทางธุรกิจ, ผลกำไรที่คาดว่าจะได้รับ หรืองบลงทุนที่ต้องใช้เท่านั้น แต่จะจูนกันได้หรือไม่ สำคัญอยู่ที่ passion (หรือความหลงใหล) ในสิ่งที่กำลังพูดคุยกันหรือไม่


ถ้าผู้หาทุน ไม่สามารถนำเสนออย่างเต็มไปด้วย passion ก็ยากที่นักลงทุนจะเชื่อได้ ว่าไอเดียนั้นจะได้รับการผลักดันให้ประสบความสำเร็จได้


การรวมกลุ่มของคนที่ความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาไว้ในที่ๆ เดียวกัน ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับ มีมาแต่ไหนแต่ไร เรียกว่า ไม่ได้เป็นนวัตกรรมใหม่ (เช่นสมัยเรียนมหา'ลัย ก็มีชมรม เป็นต้น) แต่สำคัญที่ผู้จัดงาน กำหนดหัวข้อและวิธีการดำเนินการเสวนายังไงต่างหาก ถึงทำให้การรวมตัวกันแบบนี้ ยังคงความน่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง


ใครสนใจลองเสิร์ซใน google นะครับ webmob thailand

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...