Skip to main content

Post#285: พึงเสียสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต

Post#285:
เคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า "พึงเสียสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต" บ้างมั๊ยครับ

ส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่า แทบทุกคนบนโลกคงมีประสบการณ์แบบนี้ ประสบการณ์ที่ทำให้เราต้องลำบากใจ อยู่ในภาวะที่ต้องเลือกเสียสละบางอย่าง เพื่อรักษาบางอย่างไว้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ยากมาก ที่จะต้องตัดใจสละทิ้งส่วนนั้นๆ ไป

การตัดใจแบบนี้ มองเผินๆ เหมือนเป็นการเลือกระหว่างของ 2 สิ่ง แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นมิติที่ลึกมากกว่า เพราะการตัดใจแบบนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเจอ แม้ว่า ชีวิตจะสำคัญกว่าอวัยวะ แต่ก็คงไม่มีใครอยากจะพิการ ใช่มั๊ยครับ?

เมื่อเวลาที่ต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ ต้องทำใจให้แน่นหนัก แม้ว่าจะต้องพิการ ก็ยังดีกว่าจะหาชีวิตไม่ เมื่อถึงคราวต้องตัดสินใจบางอย่าง เพื่อให้องค์กรหรือหน่วยที่เราดูแลคงอยู่ต่อไป ก็อาจถึงคราวที่จะต้องเสียสละส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป แม้มันจะยากต่อการทำใจก็ตาม

การเสียสละที่ผมว่านี้ หมายรวมไปถึงการต้องปรับปรุง, เปลี่ยนแปลง, โยกย้าย หรือแม้กระทั่ง เลิกรา จาก "คน", "เงิน" หรือ "เวลา" ที่เรามี

ถ้าเป็นการเสียสละ "เงิน" หรือ "เวลา" ก็ยังพอทำใจยอมรับ แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องตัดหรือเสียสละใครคนใดคนหนึ่งออกจากทีม ก็ยังเป็นเรื่องที่ตัดใจลำบากทุกทีไป

จะน้อยจะมาก คนที่จะถูกตัด ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีหัวใจ เจ็บได้ ร้องไห้เป็น แต่คนที่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจตัดใครในทีมออก ก็หัวเราะมิได้ ร่ำไห้มิออกเช่นกัน

ยากครับ แต่ต้องเด็ดขาด เพื่อให้หน่วยของสังคมที่เราดูแล เดินทางต่อไปข้างหน้า

ในฐานะผู้นำ ต้องกล้ำกลืนความเจ็บช้ำ แล้วพาหน่วยงานที่รับผิดชอบเดินต่อ ในฐานะผู้ตาม ต้องหยั่งซึ้งถึงสถานการณ์ และพิสูจน์ตัวเอง ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ต้องรักษาไว้

และที่สำคัญ จากกันด้วยความเข้าใจ และพยายามให้ส่วนที่เป็นผู้เสียสละ เข้าใจถึงเหตุและผล แม้มันจะยากที่จะยอมรับก็ตามครับ

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....