Skip to main content

Post#295: งานมหกรรมขายสินค้า

Post#295:
บ่ายวานนี้ผมไปยืนช่วยทีมงานขายของที่ศูนย์ฯ สิริกิตติ์ในงาน ICC Fair

คนเยอะมากๆ เรียกว่าถ้าเข้าไปอยู่ท่ามกลางฝูงชน ไม่ต้องเดินให้เสียเวลา เพราะเราจะไหลไปเองเลย ^^

งานลักษณะแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นงาน Commart, งานมหกรรมบ้านและสวน, งานอะไรต่ออะไรอีกร้อยแปด ฯลฯ นั้น คนที่มาเดินในงานมีความตั้งใจมาซื้อ (Intention to Buy) สูงมาก เรียกว่า อุตส่าห์มาแล้วทั้งที จอดรถยากขนาดนี้ เบียดคนขนาดนี้ ชั้นจะไม่มีวันยอมกลับบ้านมือเปล่าแน่ๆ มีทั้งกลุ่มที่รู้แน่ๆ ว่าจะมาซื้ออะไร และกลุ่มที่ไม่รู้จะซื้ออะไร ขอมาเดินดูก่อน อะไรดีอะไรโดน เป็นยอมควักกระเป๋าซื้อแน่ๆ

ส่วนพวกที่ไปเดินส่องพริตตี้ตามงานมอเตอร์โชว์ แบบนั้น ไม่เข้าพวกนะครับ อิอิ

คราวนี้มาดูในฝั่งของผู้ออกงานบ้าง ส่วนมากแล้วสินค้าที่นำไปจำหน่ายในงาน มีทั้ง 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่เป็นสินค้าใหม่ และกลุ่มที่เป็นสินค้าสต๊อก คนที่ไปออกงานต้องเสียงานค่าพื้นที่ไม่น้อย ดังนั้นความต้องการอยากขายให้ได้มากๆ จะมีสูงมาก และแน่นอนว่า ไม่ต้องคิดกลยุทธ์อะไรให้วุ่นวาย เพราะลูกค้ามางานนี้เพื่อสิ่งเดียว นั่นคือ "ของถูก" และมักเข้าใจอย่างฝังหัวว่า ของถูกอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องเป็น "ของดี" ด้วย T_T

ดังนั้น สินค้าที่เป็นสินค้าใหม่ จึงมักขายไม่ค่อยได้ ด้วยเหตุที่ราคายังไม่โดนใจ ยกเว้นแต่จะเป็นสินค้าที่อยู่ในกระแสแห่งความสนใจจริงๆ แบบนั้น ตั้งราคาแพงกว่าราคาเปิดตัวก็ยังมีลุ้นขายได้ นอกเหนือไปจากนั้น ก็เรียกว่าขายเป็นสีสันซะมากกว่า

งานแบบนี้ ถ้าอยากมี choice ของสินค้าให้เลือกมากๆ ต้องไปวันแรกๆ ส่วนกลุ่มที่ต้องการราคาแบบโดนสุดๆ โปรฯ หนักๆ ก็มักจะไปเดินวันสุดท้าย เพราะอย่างที่ว่า ผู้ขายน่ะอยากขายมาก ไม่อยากขนกลับ วันสุดท้ายก็เรียกว่า เท่าทุนก็ขายแล้ว จะได้ไม่ต้องเป็นภาระแบกกลับคลังฯ ไปเปล่าๆ ปลี้ๆ

ผู้ขายที่ไปออกงาน ต้องมีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง แต่มักมีปัญหาในเรื่องต้องขายตามระบบ ตรงนี้ผู้ขายที่เป็น SMEs และไปออกงานด้วยตัวเอง ไม่ได้ใช้ลูกจ้างหรือพนักงาน จึงได้เปรียบผู้ขายที่อยู่ในรูปแบบบริษัทฯ ทั่วๆ ไป ที่กว่าจะตัดสินใจได้ ต้องโทรถามผู้มีอำนาจให้วุ่นวาย แถมระบบ POS ก็ไม่เอื้อให้เกิดความยืดหยุ่นด้วย

ที่สำคัญกว่านั้น คนที่เป็นลูกจ้างมักจะขาด "วิญญาณนักขาย" ไม่เหมือนเจ้าของมาขายเอง เพราะตัดสินใจได้เร็ว ลด แลก แจก แถม คิดเดี๋ยวนั้นทำเดี๋ยวนั้น

ก็มีดีและมีเสียครับ สำหรับการเป็น SMEs แบบนี้ ตัดสินใจเร็ว แต่ก็ต้องระวังด้วยว่าที่ขายๆ ไปน่ะ ตกลงกำไรรึเปล่า บางทีขายๆ ไป มันส์มาก แต่พอทำบัญชี คอตก เพราะเหลือกำไรไม่คุ้มเหนื่อยก็มีครับ


ใครยังว่างๆ อยู่ งาน ICC Fair วันนี้วันสุดท้ายนะครับ ^^

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...