Skip to main content

Post#4-086: That's why we are friends...

Post#4-086:
จู่ๆ ผมก็มีอันต้องบินมาสิงคโปร์ด่วนเสียอย่างนั้น โดยรู้ตัวล่วงหน้าแค่ไม่ถึง 2 วัน...และแน่นอนว่าตั๋วเต็มเอี้ยด จนต้องเสียเงินนั่ง Business Class

บางทีผมก็รู้สึกว่าตัวเองบ้า...เพราะต้องนั่งเครื่องมา 2 ชั่วโมง บวกกับขากลับอีก 2 ชั่วโมง...เพียงเพื่อมาประชุมกับคู่ค้าเพียงชั่วโมงครึ่ง

แต่เรื่องมันจำเป็นต้องบ้า...เพราะนี่เป็นคำขอร้องจากเพื่อน...ที่บอกว่า เค้าต้องการความช่วยเหลือจากผมให้มาร่วมประชุมด้วย เนื่องจากเค้ายังใหม่เหลือเกินสำหรับธุรกิจที่ทำอยู่นี้

...

หลายๆ ครั้งผมก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน...หันหน้าหรือเหลียวหลัง ก็ไม่รู้จะปรึกษาใครดี...จำความรู้สึกเหมือนตัวเองโดดเดี่ยวได้แม่น

ดังนั้น หากเพื่อนผมคนไหนต้องการความช่วยเหลือ และมันไม่พ้นกำลังความสามารถของผม กับไม่ทำให้ผมเดือดร้อนจนเกินไปแล้วล่ะก็...ผมไม่เคยที่จะไม่ช่วยเหลือ

และนี่อาจเป็นคำอธิบายได้เป็นอย่างดี...ว่าทำไม คนเราจำเป็นต้องมี "เพื่อน"

...

อย่ากังวลไปครับ เพราะไม่มีใครเป็น "เพื่อนที่ดี" ของทุกคนที่เราคบได้ทั้งหมด...

บางคนคบเราที่นามสกุล, บางคนคบเราที่ฐานะ และบางคนก็คบเราเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง

ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีผู้คนอีกมาก ที่คบเราเพราะชื่นชอบนิสัยใจคอ หรือไม่ก็อาจมี chemistry บางอย่างที่ตรงกัน โดยที่อธิบายไม่ได้

...

จู่ๆ ประโยคนี้ก็แว่บเข้ามาในหัวผมเสียอย่างนั้น...A friend in need is a friend indeed (เพื่อนในยามยากนั่นแหละเพื่อนตาย)

เมื่อเรานับใครเป็น "เพื่อน"...มันจึงมีความหมายที่ยิ่งใหญ่...เพราะหมายถึงเค้าคือคนที่เราพร้อมจะร่วม share moment ใดๆ ด้วย...ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

...ภาษาชาวบ้าน ก็ต้องบอกว่า "มีสุขร่วมเสพ แล้วมีทุกข์จะไม่ร่วมต้านได้ยังไงล่ะ ไอ้เกลอเอ๋ย"...

#เพื่อนกันต้องช่วยกัน #ให้ใจจึงได้ใจตอบแทน #นับเพื่อนนับกันที่คุณภาพ #แยกให้ออกว่าเพื่อนหรือคนรู้จัก

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...