Skip to main content

Post#4-090: วันพ่อที่ไม่มีพ่อ

Post#4-090:
ปีนี้เป็นปีแรก ที่เรามี "วันพ่อแห่งชาติ" ในวันที่พ่อไม่อยู่

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า วันพ่อแห่งชาติ มีขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ก็เมื่อปี 2523 นี้เอง

เรียกว่า วันพ่อแห่งชาตินี้ เป็นวันที่เกิดขึ้นมาเพื่อเทิดพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ โดยแท้

นอกจากนั้น วันที่ 5 ธันวาฯ ยังถือเป็นวันชาติไทย อีกด้วย

...

ผ่านมากว่า 50 วัน ที่พ่อไม่อยู่...แม้หัวใจของเราจะไม่แหลกสลาย แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่ ก็คงจะบอบช้ำที่สุดตั้งแต่เกิดมา

ผมมีเพื่อนหลายๆ คนที่สูญเสียคุณพ่อไป...และแม้ผมจะเสียใจไปกับพวกเค้า แต่ผมก็ไม่เคยเข้าถึงความรู้สึกนี้

...จนกระทั่งวันที่ 13 ตุลาฯ ที่ผ่านไปนั่นเอง...ที่ผมและคนไทยทั้งประเทศ เข้าถึงความเศร้าเสียใจที่ว่า อย่างแท้จริง

...

หลายๆ คน ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกับผม ก็คือ นับจากวันที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ก็ไม่เคยมีวันใดที่เราไม่ระลึกถึงพระองค์

เมื่อใดที่เราระลึกถึงพระองค์ เมื่อนั้นเราก็จะเกิดอาการน้ำตารื้นและเจ็บแปล๊บที่หัวใจ...

และหลายๆ คน (รวมถึงผมด้วย) ก็มิอาจกลั้นน้ำตาได้...ในทุกๆ ครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี

...

แต่กระนั้นแล้ว ชีวิตของเราก็ต้องดำเนินต่อไป...เราไม่อาจปล่อยให้ความเศร้าและความอาลัยต่อพระองค์ มาครอบงำดวงจิตอยู่ตลอดเวลาได้

เพราะทุกคนคงรู้ดี ว่าการที่คนไทยมัวแต่โศกเศร้าอาดูรนั้น ย่อมไม่ใช่พระราชประสงค์ของพระองค์ เป็นแน่

ดังนั้น การแสดงกตัญญูกตเวทิตา เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ได้เป็นอย่างดีที่สุด จะมีสิ่งใดที่จะดีไปกว่า การใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ตามคำสอนที่พ่อมอบไว้ให้เราคนไทยทุกคน

...

หลังพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยได้เพียง 1 วัน ผมได้ร้อยกรองกลอน 8 นี้ไว้ เพื่อเตือนสติตัวเองและคนอื่นๆ

...หวังว่า ทุกคนคงจะระลึกถึงพระองค์ด้วยสติ และพวกเราชาวไทยจะร่วมกันระลึกถึงพระคุณของพ่อ ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิตครับ...

พ่อรู้ไหมคิดถึงพ่อแทบขาดใจ
น้ำตาไหลร้าวหัวอกเกินจะห้าม
ก่อนเคยมีพ่อดูแลทุกโมงยาม
ได้แต่ถามนี่ความจริงหรือฝันไป

คงต้องเปลี่ยนอ่อนแอเป็นเข้มแข็ง
คงต้องแปลงเป็นฝืนยิ้มแทนร่ำไห้
เพื่อพ่อมองลงมาเมื่อครั้งใด
พ่อจะได้เบาใจเราอยู่ดี

จะตอบแทนพ่อได้ต้องมุ่งมั่น
ต้องฝ่าฟันสู้อธรรมไม่ถอยหนี
ให้สมเป็นข้าพระบาทพระภูมี
ให้สมที่พ่อสอนสั่งให้ยั่งยืน

เจ็ดสิบปีทรงเหนื่อยมากพอแล้ว
ทรงได้แผ้วถางไทยให้กลับชื่น
ต่อนี้ได้แต่ระลึกทุกวันคืน
จะหลับตื่นจะรักพ่อนิจนิรันดร์

#นี่คือในหลวงในดวงใจ #สถิตย์ในใจราษฎร์ตราบนิรันดร์ #ฉันเกิดในรัชกาลที่9

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...