Skip to main content

Post#4-095: อย่าหยุดเรียนรู้อะไรใหม่ๆ

Post#4-095:
งานอดิเรกหนึ่งที่ผมกำลังพยายามฝึกฝนอยู่ ก็คือ การถ่ายภาพ...

แรงบันดาลใจก็มาจาก ผมเห็นเพื่อนๆ หลายคนเหลือเกิน ที่ต่างก็หลงใหลกับการถ่ายภาพกันเป็นอย่างมาก...จนทำให้ผมสงสัยว่า การถ่ายภาพมันสนุกยังไง

ว่าแล้ว ผมก็ลงมือศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายภาพนี้

หลังจากผ่านไปประมาณ 3 วัน...ผมพบว่า การถ่ายภาพนั้น มีความปนเปของความท้าทาย และความ (แอบ) ยุ่งยาก อยู่ด้วยกันอย่างแยกไม่ค่อยออก

...

สารภาพว่า ส่วนตัวผมมักจะใช้แค่กล้องจาก iPhone ถ่ายภาพ เพราะชอบในความง่ายในการใช้กับความสะดวกในการพกพา

แต่ก็ยอมรับว่า ภาพที่ออกมานั้น ไม่อาจเทียบกับภาพที่ออกมาจากกล้องดีๆ ที่เพื่อนผมอรรถาธิบายให้ฟัง (ราวกับกำลัง lecture วิชาถ่ายภาพ 101 ให้กับผม ^^)

จบจาก lecture ที่ว่า ผมก็เลยเริ่มอยากจะหันมาลองศึกษาเรื่องถ่ายภาพดูสักตั้งหนึ่ง เพราะให้บังเอิญที่ผมกำลังวางแผนจะไป Family Trip อยู่พอดี...จะได้ถือโอกาสลองวิชาเสียเลย

...

จริงๆ ผมว่า คนเราไม่ควรจะหยุดเรียนรู้...โดยเฉพาะเรื่องใหม่สำหรับตัวเราเอง

เพราะผมคิดว่า การเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ก็เหมือนกับการ "reset zero" ให้กับหัวใจและสมองของเรา

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่า "ก็แล้วการ reset zero มันสำคัญยังไงล่ะ?"

ลองถามตัวเองดูมั๊ยครับ? ผมให้เวลา 5 นาที

...

สำหรับผมแล้ว การที่เราได้กลับไป "ไม่รู้" อีกครั้ง มันทำให้เราได้มีโอกาสจุดความ "กระหาย" ในตัวเอง

คงเหมือนๆ กับที่ Steve Jobs เคยบอกว่า "Stay hunger, stay foolish" นั่นเองล่ะครับ

เมื่อเรายังโหยหิว เมื่อเรายังรู้สึกว่ายังโง่...เมื่อนั้นเราจะไม่หยุดขวนขวาย เมื่อนั้นเราจะไม่หยุดเรียนรู้

ก็เพราะมนุษยชาติส่วนใหญ่ เป็นแบบนี้นั่นไงครับ จึงทำให้มนุษย์เป็นผู้ครอบครองโลก

...และตราบเท่าที่เรายังมีธรรมชาตินี้อยู่ ก็เป็นอันแน่ใจได้ว่า Homo sapiens sapiens ก็จะยังคงอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ

...

เมื่อเรากระหายที่จะรู้...เราก็จะมีแรงผลักดันและแรงจูงใจ พร้อมๆ กับเป็นการสอนให้ตัวเรารู้จัก "ก้าวออกจาก Comfort Zone" เสียบ้าง

คนเรามักจะกลัวการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าเราไม่ลองทำอะไรใหม่ๆ เสียบ้าง...เราก็อาจจะไม่เคยรู้ถึง Hidden Ability ของตัวเอง

...และผมก็เชื่อเหลือเกินว่า ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ไม่เคยสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ที่เราไม่เคยทำ...

#ไม่มีใครแก่เกินเรียน #อายุชราเป็นเรื่องธรรมชาติ #แต่ความคิดชราเป็นทางเลือก #ใครจะรู้เราอาจมีพลังแฝงในระดับsupersaiyanก็เป็นได้

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....